ฎีกาที่ 1271/2473
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ป่าช้าติดกับวัดไม่เปนที่ของวัดเสมอไปที่ป่าช้าเอกชนจับจองเปนเจ้าของได้ โฉนดแผนที่ทับป่าช้าเจ้าของได้กรรมสิทธิที่วัด พ.ร.บ. ปกครองคณะสงฆ์ ม.7,8 ลักษณพะยาน พะยานชื่อเสียงฟังได้เท่ากับไม่ขัดข้อเท็จจริง
ย่อยาว
ที่ดิน รายพิพาทนี้เดิมเปนป่าช้าฝังศพแลเผาศพติดอยู่กับวัดปากเพรียว เมื่อ 20 ปีมาแล้วบ้านเมืองตัดถนนผ่านที่รายนี้ แลห้ามฝังศพเผาศพต่อไป เมื่อ พ.ศ. 2459 โจทก์ได้รับโฉนดมีเขตต์ติดต่อกับวัด แลกินที่รายพิพาทนี้ทั้งหมดด้วย ภายหลังจำเลยกั้นรั้วเลยเข้ามาในที่ป่าช้า (ล้ำที่ของโจทก์) โจทก์จึงฟ้องขอให้รื้อรั้ว ศาลเดิมว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่ของวัด ให้ขับไล่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่พิพาทเปนป้าช้าอยู่ในเขตต์วัด ให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าเปนที่ของวัดแล้วโจทก์ก็ไม่ได้กรรมสิทธิตามฎีกาที่ 272/64 พ.ร.บ.ปกครองคณะสงฆ์ ม.7-8 ถ้าไม่ใช่ที่ของวัดแล้ว ถึงวัดจะปกครองมาวัดก็ไม่ได้กรรมสิทธิตามฎีกาที่ 923/67 แลที่ป่าช้านั้นถึงแม้จะติดกับวัดก็ไม่จำต้องเปนที่ของวัดเสมอไป ต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงเปนเรื่อง ๆ ไป ในคดีนี้ตามข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่วัดจดเพียงเขื่อน คือไม่ถึงที่พิพาท ส่วนพะยานชื่อเสียงที่จำเลยนำสืบนั้น ฟังได้เพียงเท่าที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเขตต์วัดมีเพียงเขื่อน จึงให้ขับไล่จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271/2473 พระยาประชุม แทน กรมพระนครสวรรค์ โจทก์ พระครูวัตตะโสภณ นายพลัด ขุนพิริยะ จำเลย ป.ที่ดิน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม. 7 , ม. 8