ฎีกาที่ 1220/2473
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
อย่างไรเรียกว่าป้องกันพอสมควรแก่เหตุ วิธีพิจารณาอาชญา ศาลฎีกามีอำนาจปล่อยจำเลยในคดีที่โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาขึ้นมา
ย่อยาว
คดีนี้ศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา 249 ให้จำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา 251 ให้จำคุก 3 ปี โดยเห็นว่าจำเลยกับผู้ตายได้สมัคร์เข้าวิวาท แลการทำร้ายได้เกิดขึ้นในเวลาชุลมน จะฟังว่าจำเลยชุลมุน จะฟังว่าจำเลยแทงผู้ตายโดยเจตนาจะ ฆ่า ไม่ได้ โจทก์ฎีกาแต่ฝ่ายเดียว (จำเลยไม่ได้ฎีกา) ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะด่าท้าทายผู้ตายขึ้นก็ดี แต่เมื่อผู้ตายจะมาทำร้ายจำเลยแลมีผู้ห้ามไว้ จำเลยก็ยินยอม แสดงว่าจำเลยไมสมัคร์จะวิวาทกับผู้ตายต่อไปแล้ว แต่ผู้ตายยังติดตามเข้าทำร้ายจำเลยถึงในห้อง ขณะเมื่อจำเลยล้มลงแล้วผู้ตายยังเข้าซ้ำเติมบีบคอแลใช้เข่าทับท้องจำเลยไว้ ซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ที่จำเลยใช้มีดแทงผู้ตาย จึงเข้าในลักษณป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา 50 แม้จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านขึ้นมาก็ดี เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยไม่ควรต้องรับอาชญาก็มีอำนาจปล่อยจำเลยได้ จึงตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ให้ปล่อยตัวจำเลยไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2473 อัยยการสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายแก้ว จำเลย อาชญา ม. 50 วิธีพิจารณาอาชญา