ฎีกาที่ 831/2472
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ลักษณพะยาน คำซัดทอดของผู้ต้องหาว่ากระทำผิดด้วยกัน เมื่อไม่มีพะยานหรือเหตุผลอื่นประกอบโดยใกล้ชิดแล้วจะฟังมาลงโทษไม่ได้
ย่อยาว
คดีนี้ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยกับ น.ซึ่งศาลตัดสินลงโทษ คดีถึงที่สุดไปแล้วเป็นผู้ร้ายลักเงินหลวงจากกำ+ซึ่งเก็บไว้ที่สถานีตำรวจบ้านทวนไป 1742 บาท 56 สตางค์ เจ้าพนักงานค้นเงินของกลางได้ที่โรงจำเลยแล้ว 409 บาท 5 สตางค์ จำเลยมีผิดตาม ม.293 ข้อ 1-4-11 ให้จำคุก 4 ปีและใช้เงิน 1313 บาท 51 สตางค์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าพะยานหลักฐานของโจทก์มีคำให้การของ พ.และ น.ที่ซัดทอดจำเลยกับเงินของกลางที่ค้นได้ที่บ้านจำเลย แต่ถ้อยคำของ พ.น.ไม่มีน้ำหนักอันควรเชื่อถือ เพราะได้ผู้ถูกหาว่า ลักทรัพย์ รายนี้ด้วยเจ้าพนักงานได้คุมขังไว้ พ.ก็มิได้ให้การประการใดต่อมาอีก 7-8 วัน จึงให้การซัดทอดถึงจำเลย ทั้งมีพะยานยืนยันเอาว่า พ.เป็นผู้ร้ายลักเงินรายนี้ถึง 4 ปากส่วน น.ชั้นแรกให้การว่า พ.เป็นผู้ร้าย ต่อเมื่อค้นของกลางได้ที่บ้านจำเลยจึงกลับให้การว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายและของกลางที่ค้นได้ที่บ้านจำเลยนั้น ก็ฝังอยู่แต่เพียงธรณีประตูห้อง อาจมีคนอยู่ข้างนอกเอาไปซุกใส่ไว้ก็ได้ รูปคดียังเป็นที่สงสัย ไม่พอฟังว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายลักเงินรายนี้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2472 อัยยการกาญจนบุรี โจทก์ นายหงศ์ กุลสุวรรณ จำเลย ป.วิ.อ.