ฎีกาที่ 196-197/2472
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความรับผิดของลูกหนี้ร่วมกัน ประมวลแพ่ง ม.291,297 อย่างไรจึงจะเข้าหลัก ค้ำประกัน
ย่อยาว
ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 1-2 รับเหมาก่อตึกของจำเลยที่ 3 แลจะซื้อเชื่ออิฐที่โจทก์ ๆ ไม่เชื่อถือจำเลยที่ 1-2 โจทก์จึงมาหาจำเลยที่ 3 เองถามว่าจะซื้ออิฐของโจทก์หรือจำเลยที่ 3 ก็รับรองแก่โจทก์ ๆ จึงยอมส่งอิฐมาให้ เงินค่าอิฐยังค้างอยู่ซึ่งเปนส่วนของนายพั่งโจทก์ 420 บาท 94 สตางค์ ส่วนของนายพัน 323 บาท 85 สตางค์ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้ง 3 ใช้เงินรายนี้ ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยที่ 1 คนเดียวเปนผู้ซื้ออิฐของโจทก์ จำเลยที่ 2 เปนแต่ผู้ไปด้วยส่วนจำเลยที่ 3 ถึงแม้จะฟังว่าได้พูดรับรอง ( ด้วยวาจา ) กับโจทก์ในเรื่องเงินค่าอิฐก็ดี แต่หามีลายลักษณอักษรอย่างใดไม่ จึงไม่มัดจำเลยที่ 3 ให้ต้องรับผิดในฐานที่เปนผู้ ค้ำประกัน ให้ยกข้อหาฉะเพาะตัวจำเลยที่ 2 ที่ 3 เสีย ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำเลยที่ 3 ใช้ราคาอิฐที่ค้างกับดอกเบี้ย+รวมกับจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์ในฐานเปนผู้ ค้ำประกัน ศาลฎีกาเห็นว่า คดีฉะเพาะตัวจำเลยที่ 3 นั้น เปนผู้ซื้ออิฐรายนี้ของโจทก์ร่วมกันจำเลยที่ 1 ด้วย ( ไม่ใช่ผู้ ค้ำประกัน ) แลในฟ้องของโจทก์ก็กล่าวข้อความชัดว่า เมื่อโจทก์ได้ส่งอิฐมาให้แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 3 รับผิดชอบจะใช้ราคาให้ โจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยที่ 1-2 ไม่ใช้ราคาแล้ว จำเลยที่ 3 จะเปนผู้ใช้ราคาจึงไม่มีข้อความอันใดจะแปลว่าจำเลยที่ 3 เปนผู้ ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196 - 197/2472 นายพั่ง นายพัน โจทก์ นายถ่ายที่ 1 นายหงษ์ที่ 2 นายเตี๋ยวที่ 3 จำเลย ป.พ.พ. ม. 291 , ม. 297