ฎีกาที่ 121/2472
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คำมั่นจะซื้อขายทำหนังสือกันเองก็ใช้ได้ในการตีความเจตนานั้น ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษรข้อความในเอกสารซึ่งอาจตึความได้เปนสองนัย ให้ตีความไปในทางที่จะเปนผลบังคับได้
ย่อยาว
ได้ความว่าโจทก์ได้เอาที่ดิน จำนอง ไว้แก่จำเลย ต้นเงินแลดอกเบี้ยค้าง โจทก์จึงโอนที่ดินให้เปนสิทธิแก่จำเลย ต่อมาอีก 2 วันจำเลยได้ทำสัญญาให้แก่โจทก์ 1 ฉบับมีความว่า " ข้าพเจ้านายผัน จงภู่ สัญญาให้นางเป้านายฟ้อนรายหักโอนนาที่จำนำไว้เมื่อปีชวด 2467 ปีฉลูสัญญาจะให้นางเป้านายฟ้อนไถ่ได้ในจำนวนปีขาล 2469 นี้ 1 ปี " ครั้นโจทก์หาเงินได้จะซื้อที่ดินคืนภายในกำหนด จำเลยไม่สามารถโอนให้โจทก์ได้ เพราะขายให้ผู้อื่นไปเสียก่อนแล้ว ดังนี้ ศาลเดิมเห็นว่า สัญญานั้นเปนสัญญาจะขายใช้ได้ตามกฎหมาย แต่จำเลยได้ขายที่ให้ผู้อื่นไปเสียแล้ว จึงตัดสินให้+จำเลยหักเงินของจำเลยที่รับ จำนอง ไว้ 4350 บาทก่อน ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ฉะเพาะค่าเสียหาย คือให้จำเลยใช้เงินเพียง 1150 บาท นอกนั้นยืนตามศาลเดิม จำเลยฎีกาว่า สัญญาที่จำเลยทำให้โจทก์นั้น เปนสัญญาขายฝากที่ดิน เมื่อทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่มีผลบังคับได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความในสัญญานั้นแสดงเจตนาอันแท้จริงของโจทก์จำเลยว่า เมื่อโจทก์หาเงินมาให้จำเลยได้ภายใน 1 ปีแล้ว จำเลยจะยอมคืนที่ดินให้โจทก์ดังนี้ เปนสัญญาให้คำมั่นจะซื้อขายตามประมวลแพ่งแลพาณิชย์ ม.454 แลมีความเห็นต่อไปว่า แม้ในสัญญาจะไม่ได้ใช้คำว่าให้คำมั่นจะซื้อขายกันก็ดี แต่ตาม ม.132 บังคับไว้ว่า ในการตีความแสดงเจตนานั้น ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร แล ม.10 ท่านให้แปลความไปในทางที่มีผลบังคับได้ดีกว่าจะแปลไปในทางที่ไร้ผล แลการให้คำมั่นจะซื้อขายที่ดิน ทำหนังสือกันเองก็ใช้ได้ตาม ม.456 เพราะฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 1150 บาทอันเปนจำนวนเงินที่จำเลยได้รับเกินจากกราคาที่ตกลงจะซื้อขายกันนั้นชอบแล้วให้ยกฎีกาจำเลยเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 121/2472 นายฟ้อน โจทก์ นายผัน จำเลย ป.พ.พ. ม. 454 , ม. 456 , ม. 132 , ม. 10