ฎีกาที่ 908/2472
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่เกิดขึ้นในภายหลัง วิธีพิจารณาแพ่ง คู่กรณีไม่อ้างใบเสร็จแล สัญญา ที่ทำไว้ต่อกันมาเป็นพะยาน ศาลให้จำเลยใช้เท่าที่จำเลยรับ
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นนายวงแชร์ ต่างฝากรับเงินแชร์ซึ่งกันและกันตั้งแต่ พ.ศ.2468 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.2470 โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยอยู่ 2079 บาท 54 สตางค์ ขอให้จำเลยใช้ จำเลยที่ 2-3-4-5 ต่อสู้ว่าได้ออกจากหุ้นแล้วไม่ต้องรับผิด โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพะยานในข้อที่มีหนี้สินกันอย่างไร แต่ทำตราสารรับรองกันดังนี้ 1. ถ้าคิดโดยวิธีสูงต่ำ โดยเอาใบเสร็จแล สัญญา ทั้งหมดหักกัน สหกรณ์ธนานุเคราะห์ต้องใช้เงินให้โจทก์ 2079 บาท 54 สตางค์ 2. ถ้าคิดโดยวิธีเงินสดซึ่งส่งและรับกันเป็นรายเดือน โจทก์จะได้เงิน 380 บาท 45 สตางค์ 3. ถ้าคิดโดยวิธีคืนดอกเบี้ยหมดและรับเงินสดทันที ส่วนแชร์ตายส่งกันเป็นรายเดือน โจทก์จะได้เงิน 103 บาท 69 สตางค์ โจทก์ขอให้จำเลยใช้เงินในวิธีที่ 1 จำเลยว่าควรใช้ในวิธีที่ 2 ส่วนจำเลยที่2-3-4-5 สืบพะยานในข้อที่ว่า ได้ออกจากหุ้นแล้วต่อไป ศาลแพ่งตัดสินให้จำเลยใช้เงินในวิธีที่ 1 ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ฉะเพาะตัวจำเลยที่ 5 ว่าไม่ต้องรับผิดด้วย เพราะได้ออกจากหุ้นไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2469 ส่วนหนี้รายนี้ตามรายงานบัญชีว่าเป็นเงินที่เกี่ยวค้างกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2470 เป็นต้นมา นอกนั้นยืนตามศาลเดิม ศาลฎีกาตัดสินว่า ไม่ได้ความว่าการเล่นวงแชร์นั้นทำกันอย่างไร และโจทก์จำเลยก็ไม่ได้อ้างาใบเสร็จและ สัญญา ที่ว่าทำให้ไว้ต่อกันมาเป็นพะยาน ฉนั้นการได้เสียกันโดยวิธีเล่นวงแชร์นั้น ศาลไม่เข้าใจจึงจะบังคับให้จำเลยใช้เงินในวิธีที่ 1 ยังไม่ได้ แต่ในวิธีที่ 2 ปรากฎว่า รับส่งเงินสดกันเป็นรายเดือน และจำเลยก็ยอมใช้เงินตามนี้ จึงตัดสินแก้ศาลล่างให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามวิธีที่ 2 เป็นเงิน 380 บาท 45 สตางค์ คดีส่วนตัวจำเลยที่ 5 คงยืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2472 ขุนพิทักษ์นคเรศ โจทก์ นายจ่างที่ 1 พระยาจึสัตยารักษ์ที่ 2 พระยามหาวิสูตร์ที่ 3 พระศรีสุเรนที่ 4 จางวางทั่วที่ 5 ขุนประดิษฐบรรณาการที่ 6 จำเลย ป.พ.พ. ม. 1051 ป.วิ.พ.