ฎีกาที่ 856/2470
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้รับโอนทราบสัญญานั้นต้องปฏิบัติตามคำรับรอง
ย่อยาว
ได้ความว่า เดิมจำเลยกับ ป. ต่างได้ปลูกสร้างห้องแถวรุกล้ำที่ซึ่งกันแลกัน ต่อมา ป. ตาย ต. รับมฤดก ป. ต. กับจำเลยทำหนังสือสัญญายก ที่ดิน ที่ตนรุกล้ำให้แก่กันแลกัน ส่วน ต. ยอมยก ที่ดิน ว่างเปล่าให้จำเลย 4 แปลง จำเลยได้โอน ที่ดิน ให้บ้างแล้ว ยังเหลือ 3 แปลงที่ยังโอนให้ไม่ได้เพราะยังติดการจำนองอยู่ แต่ ต. ได้จดหมายถึงจำเลยให้เข้าปกครองที่นั้นตามความประสงค์ จำเลยได้ปกครองแลได้ปลูกห้องแถวขึ้น ต่อมา ต. ขาย ที่ดิน ของตนทั้งหมดให้โจทก์แลได้บอกแลชี้ให้ โจทก์ทราบว่ามี ที่ดิน อยู่ 3 แปลง ซึ่งโจทก์จะต้องโอนให้จำเลย โจทก์ก็ยินยอมตกลงกันต่อหน้า ต. แล จำเลย โจทก์ได้โอนที่ให้จำเลยไปแล้ว 1 แปลงยังเหลืออีก 2 แปลง โจทก์ไม่โอนแลทิ้งให้จำเลยปกครองมาถึง 8 ปีเศษ จึงกลับมาฟ้องขับไล่ จำเลยดังนี้ ศาลฎีกากลับศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ผู้รับโอนย่อมตกอยู่ในฐานะอย่างเดียวกับ ต. โจทก์มีน่าที่จะโอนที่หายนี้ให้แก่จำเลย โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยหาได้ไม่ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2470 นายม้าเกียกับพวก โจทก์ ขุนปรารพภ์ระบิน ล. ป.ที่ดิน