ฎีกาที่ 217/2470
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
น่าที่นำสืบ ร้องขอสืบหักล้างนั้น ต้องร้องเสียในชั้นศาลเดิม
ย่อยาว
โจทย์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันกับผู้ ล้มละลาย ยักยอกเข้าสารแลกระสอบ จำเลยให้การว่าได้รับโอนเข้าสารแลกระสอบไว้โดยสุจริตแลมีสินจ้าง ปัญหาจึงมีว่า ประเด็นจะตกฝ่ายใดนำสืบก่อน ศาลแพ่งสั่งให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้เพราะจำเลยแถลงว่าได้รับโอนเข้าไว้จริง ศาลล่างทั้ง 2 ตัดสินให้โจทย์ชะนะ จำเลยฎีกา (1) โจทย์ไม่ได้กล่าวถึงมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย ร.ศ.130 ต้องเปนน่าที่โจทย์สืบก่อน (2) โจทย์นำสืบว่าตามธรรมเนียมจีนใบเสร็จที่จำเลยส่งศาลนั้นไม่ใช่ใบรับเงินเช่นนี้ทำให้จำเลยไม่มีโอกาศสืบหักล้างธรรมเนียมนั้นได้ ฎีกาวินิจฉัยว่า ในฎีกาข้อ (1) โจทย์ได้กล่าวชัดเจนว่า ก่อน ง. ล้มละลาย เพียง 2 วัน จำเลยได้รับทรัพย์ของ ง.โดยทุจริต แม้โจทย์จะไม่ได้กล่าวถึงมาตรา 45 ผลก็ไม่ต่างกันเมื่อจำเลยแก้ว่าตนได้รับไว้โดยสุจริตมีสินจ้างเช่นนี้น่าที่นำสืบตกอยู่แก่จำเลย ในฎีกาข้อ (2) ใบรับที่จำเลยอ้างนั้นเปนตั๋วนำส่งเข้าแต่มีคำว่า "เก็บเงินเสร็จแล้ว" จะใช้เปนใบรับเงินไม่ได้ เพราะตามธรรมเนียมการค้าต้องเขียนใบรับเงินไว้ต่างหากอีกฉบับ 1 ส่วนข้อที่จำเลยร้องว่าไม่มีโอกาศสืบหักล้างในเรื่องธรรมเนียมการค้านั้นควรร้องเสียแต่ในชั้นพิจารณาจะมาร้องในชั้นฎีกาไม่ได้ จึงให้โจทย์ชะนะ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2470 พระยารามบัณฑิตเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ของนายโง่วเต๊กเม้ง โจทก์ นายหลีเต๊กออ ล. ป.วิ.พ.