ฎีกาที่ 11840/2554
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ว. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย อยู่กินด้วยกันที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรต่อมาเลิกกันโดยมิได้จดทะเบียนหย่า ว. ย้ายไปอยู่จังหวัดภูเก็ต ได้รู้จักกับผู้เสียหายและได้อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เสียหาย จำเลยตามไปจังหวัดภูเก็ตและขู่ว่าหากแต่งงานใหม่จะ ฆ่า ว. กับผู้เสียหาย ต่อมาปี 2547 ว. กับผู้เสียหายได้มางานศพบิดา ว. ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จำเลยขู่จะ ฆ่า ว. และผู้เสียหายอีกจน ว. ได้แจ้งความไว้กับเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยมีความโกรธแค้น ว. และผู้เสียหายและก็คงหาโอกาสที่จะ ฆ่า บุคคลทั้งสองมาตลอด จนวันเกิดเหตุเมื่อจำเลยทราบว่า ว. และผู้เสียหายมาที่อำเภอหลังสวน จำเลยก็ได้เดินทางจากบ้านจำเลยไปที่บ้านพักของ ว. และผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป การที่จำเลยนำอาวุธติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยเตรียมอาวุธปืนเพื่อที่จะ ฆ่า ผู้เสียหายไว้แล้ว ทั้งบ้านจำเลยและบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่คนละหมู่บ้านกันย่อมมีระยะทางห่างกันพอสมควร ระหว่างที่จำเลยเดินทางไปจำเลยย่อมคิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าจะ ฆ่า ผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายไปเลยโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายาม ฆ่า ผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289 (4), 80, 32, 33, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืน ส่วนข้อหาพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยให้การว่ากระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นให้หนึ่งในสาม และฐานมีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 17 เดือน ข้อหาพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ยก ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 52 (1), 80 ฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุกจำเลย 33 ปี 13 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยได้ใช้ปืนยิงนายบุญโลม ผู้เสียหายที่บริเวณลำตัวข้างขวาและแขนขวาทะลุปอดขวาฉีกขาด กระดูกต้นแขนขวาหัก เส้นเลือดแดงที่ต้นแขนขวาขาด มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยพยายาม ฆ่า ผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า นางวาสนาเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย มีบุตรด้วยกัน 2 คน ได้อยู่กินด้วยกันที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ต่อมาได้เลิกอยู่กินด้วยกันแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า โดยนางวาสนาได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต อยู่ได้ประมาณ 1 ปี ได้รู้จักกับผู้เสียหายและได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา จำเลยได้ตามไปที่จังหวัดภูเก็ตและได้ขู่ว่าหากแต่งงานใหม่จะ ฆ่า นางวาสนากับผู้เสียหาย ต่อมาปี 2547 นางวาสนากับผู้เสียหายได้มางานศพบิดานางวาสนาที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จำเลยก็ได้ขู่จะ ฆ่า นางวาสนาและผู้เสียหายอีก จนนางวาสนาได้แจ้งความไว้กับเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยมีความโกรธแค้นนางวาสนาและผู้เสียหายตั้งแต่ที่ได้ทราบว่าทั้งสองคนอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และก็คงหาโอกาสที่จะ ฆ่า บุคคลทั้งสองมาตลอด จนวันเกิดเหตุเมื่อจำเลยทราบว่านางวาสนาและผู้เสียหายมาที่อำเภอหลังสวน จำเลยก็ได้เดินทางจากบ้านจำเลยซึ่งอยู่ที่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 3 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวนไปที่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 12 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวน ซึ่งนางวาสนาและผู้เสียหายพักอยู่ เมื่อไปถึงจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วหลบหนีไปเลย การที่จำเลยนำอาวุธติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยเตรียมอาวุธปืนเพื่อที่จะ ฆ่า ผู้เสียหายไว้แล้ว ทั้งบ้านจำเลยและบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่คนละหมู่กันย่อมมีระยะทางห่างกันพอสมควร ระหว่างที่จำเลยเดินทางไปจำเลยย่อมคิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าจะ ฆ่า ผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายไปเลยโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายาม ฆ่า ผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน... ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11840/2554 พนักงานอัยการจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายประสารหรือแอ๊ด แก้วนคร จำเลย ป.อ. ม. 80 , ม. 289