ฎีกาที่ 7332/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยยิง ด. ด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นของกลาง โดยอาวุธปืนที่ใช้ยิงเป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด 12 ซึ่งเป็นขนาดที่มีลำกล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในปัจจุบันแต่เป็นอาวุธปืนที่ประกอบขึ้นเอง ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความแม่นยำ กระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงเป็นกระสุนลูกปรายยิงนัดเดียวถูกหลายคนหลายที่ และเม็ดลูกปรายมีขนาดใหญ่สามารถทำให้กระดูกของผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกยิงถึงกับแตกและหักได้ ผู้เสียหายทั้งสามอยู่ห่างจำเลยออกไปไกลพอสมควร ในระยะที่เม็ดกระสุนลูกปรายกระจายตัวขยายวิถีกระสุนบานออกไปแล้ว ระยะยิงน่าจะห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตรขึ้นไป หากจำเลยเพียงแต่ใช้อาวุธปืนขู่และห้าม ด.ไม่ให้เข้ามาหรือยิงขู่น่าจะเพียงพอที่จะยับยั้ง ด.ให้เกรงกลัวและหลบหนีไป แต่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพประหัตประหารแต่ควบคุมวิถีกระสุนไม่ได้ยิงสาดใส่เข้าไปในทิศทางที่มิได้มีแต่ ด. ที่จะเข้ามาทำร้ายจำเลยคนเดียว จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน การที่จำเลยยิงเข้าใส่กลุ่มคนต้องถือว่าจำเลยมีเจตนา ฆ่า บุคคลทุกคนในกลุ่มนั้น เพราะย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำอยู่แล้วว่า อาจทำให้ทุกคนที่ถูกกระสุนลูกปรายดังกล่าวถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายทั้งสามไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ป.อ. มาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 297 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288, 80 ประกอบด้วยมาตรา 68, 69 พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานพยายาม ฆ่า โดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่น และความผิดฐาน พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ลงโทษปรับ 6,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าตามวันเวลาเกินเหตุ จำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด 12 จำนวน 1 กระบอกและกระสุนปืนลูกซองขนาดเดียวกัน 2 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนา ฆ่า เป็นการทำที่เกิน สมควรแก่เหตุ เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน เมื่อ ด. ไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ตั้งใจจะยิง เพื่อต้องการ ฆ่า ด. แต่ยิงไปโดยไม่ได้เล็งปืนว่าจะถูกส่วนใด เป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว หากจำเลยไม่ยิง ด. ก็อาจใช้ขวานฟันจำเลยเป็นอันตรายถึงตายได้ จึงถือว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ไม่เป็นความผิด ได้ความว่า จำเลยยิง ด. ด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นของกลาง โดยอาวุธปืนที่ใช้ยิง เป็นอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด 12 ซึ่งเป็นขนาดที่มี ลำกล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในปัจจุบัน แต่เป็นอาวุธปืนที่ประกอบขึ้นเอง ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความแม่นยำและ จากบาดแผลของผู้เสียหายทั้งสามปรากฏอยู่ตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง น่าเชื่อว่า กระสุนปืนที่ใช้ยิงเป็นกระสุนลูกปราย เพราะยิงนัดเดียวถูกหลายคนหลายที่ และเม็ดลูกปรายจะต้องมีขนาดใหญ่ เพราะสามารถทำให้กระดูกของผู้เสียหายคนหนึ่งที่ถูกยิงถึงกับแตกและหักได้ กระสุนลูกปรายอย่างนี้ เมื่อเหนี่ยวไกยิง เม็ดลูกปรายก็จะพรั่งพรูออกไป ถ้าเป้าหมายที่ถูกยิงอยู่ใกล้เม็ดลูกปรายยังรวมตัวกันอยู่เป็นกระจุก ก็ทำให้ถูกเป้าหมาย ณ จุดใดจุดหนึ่งที่จ่อยิงเพียงที่เดียวได้ แต่ถ้าเป้าหมายที่ถูกยิงอยู่ไกล เม็ดลูกปรายกระจัดกระจายบานตัวออกไปแล้ว ก็จะทำให้ถูกกระสุนปืนหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ คนในคราวเดียวกันได้เหมือนอย่างที่ปรากฏอยู่ในคดีนี้ ย่อมแสดงว่า ผู้เสียหายทั้งสามจะต้องอยู่ห่างจำเลยออกไปไกลพอสมควร ในระยะที่เม็ดกระสุนลูกปรายกระจายตัวขยายวิถีกระสุนบานออกไปแล้ว ระยะยิงน่าจะห่างไม่น้อยกว่าที่จำเลยยืนยันคือประมาณ 5 เมตรขึ้นไป ในระยะห่างดังกล่าวหากจำเลยเพียงแต่ใช้อาวุธปืนขู่และห้าม ด. ไม่ให้เข้ามาหรือยิงขู่น่าจะเพียงพอที่จะยับยั้ง ด. ให้เกรงกลัวและหลบหนีไป แต่การที่จำเลยกลับใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพประหัตประหาร แต่ควบคุมวิถีกระสุนไม่ได้ยิงสาดใส่เข้าไปในทิศทางที่มิได้มีแต่ ด. ที่จะเข้ามาทำร้ายจำเลยคนเดียวแต่มีบุคคลอื่นอีกหลายคนรวมอยู่ด้วยเช่นนี้ เห็นได้ว่าอาจทำให้บุคคลอื่นอีกหลายคนนั้นถูกเม็ดกระสุนลูกปรายของจำเลยถึงแก่ความตายไปด้วยได้ จึงเห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน การที่จำเลยยิงเข้าใส่กลุ่มคนอย่างนั้น ต้องถือว่าจำเลยมีเจตนา ฆ่า บุคคลทุกคนในกลุ่มนั้น เพราะย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำอยู่แล้วว่า อาจทำให้ทุกคนที่ถูกกระสุนลูกปรายดังกล่าวถึงแก่ความตายได้ เมื่อผู้เสียหายทั้งสามไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่นโดยป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ตาม ป.อ. มาตรา 288, 80 ประกอบด้วยมาตรา 69 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน โดยไม่รอการลงโทษเฉพาะความผิดฐานนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7332/2543 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน โจทก์ นายบุญเยี่ยม คงเจริญ จำเลย ป.อ. ม. 59 , ม. 69 , ม. 288