ฎีกาที่ 4423/2534
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์อ้างว่าต้นไผ่ ที่จำเลยตัดไปอยู่ในที่ดิน น.ส.3 ของโจทก์ แต่ปรากฏว่าจำเลยเคยมีปัญหาโต้แย้งเรื่องตัดฟันต้นไผ่กับฝ่ายโจทก์อยู่เสมอโดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่า ต้นไผ่เป็นกรรมสิทธิ์และอยู่ในที่ดินของฝ่ายตน จำเลยตัดฟันต้นไผ่โดยเชื่อว่าอยู่ในเขตที่ดินของตน รูปคดีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยต่างโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในต้นไผ่ กันอยู่ มูลกรณีจึงเป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญาการกระทำของจำเลยที่เข้าตัดฟันต้นไผ่พิพาทจึงไม่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองร่วมกันในที่ดินตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลโคกแย้อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี และเป็นเจ้าของกอไผ่ 2 กอ ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินด้านทิศใต้ของที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อวันที่8 พฤษภาคม 2530 จำเลยได้ใช้มีดพร้าตัดฟันต้นไผ่จากกอไผ่ของโจทก์ทั้งสาม กอละ 2 ลำ รวมจำนวน 4 ลำ ทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหายมูลค่ารวม 280 บาท และจำเลยลักเอาต้นไผ่ 2 ลำ ในจำนวน 4 ลำ ของโจทก์ทั้งสามไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91, 334, 358 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยกระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดคดีเป็นอันขาดอายุความ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 6 เดือน ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสามและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหา ลักทรัพย์ ด้วย นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฝ่ายโจทก์มี น.ส.3 มานำสืบเพื่อแสดงว่า ต้นไผ่ที่จำเลยตัดอยู่ในที่ดิน น.ส.3 ของโจทก์ แต่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ที่ 3 ว่า ขณะเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่อำเภอยังไม่ได้มอบ น.ส.3 ซึ่งทำเสร็จแล้วให้แก่ฝ่ายโจทก์โจทก์คงเพิ่มได้เอกสารฉบับนี้มาในภายหลัง แม้โจทก์จะมีนายทวีศักดิ์ วุฒิชัย เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินอำเภอหนองแคมาเบิกความเป็นพยานว่า พยานไปตรวจสอบหาแนวเขตที่ดินตามน.ส.3 บริเวณนั้นมีกอไผ่ 3 กอ เมื่อปักหลักแล้วกอไผ่อยู่ภายในเขตที่ดิน น.ส.3 ก็ตาม แต่ได้ความจากตัวนายทวีศักดิ์เองว่า ในวันนั้นนายดำริสามีจำเลยและญาติไม่ยอมรับรองแนวเขตโดยนายดำริโต้แย้งว่า การรังวัดที่ดินทำออกมาเกิน 1 เมตร นอกจากนั้นได้ความจากร้อยตำรวจตรีประสาน วงศ์สวัสดิ์ พนักงานสอบสวนพยานโจทก์ว่า วันไปตรวจที่เกิดเหตุพบโจทก์ที่ 2 และจำเลยในที่เกิดเหตุ โจทก์ที่ 3 เป็นผู้นำชี้ที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจตรีประสาทได้ทำแผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุและบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีอาญาแสดงให้เห็นว่า ต้นไผ่ที่จำเลยตัดอยู่นอกรั้วบ้านโจทก์ แม้โจทก์ที่ 3 จะไม่ยอมลงชื่อในเอกสารทั้งสองฉบับ โดยอ้างว่า ร้อยตำรวจตรีประสาททำแผนที่ไม่ถูกต้องก็ตาม แต่ร้อยตำรวจตรีประสาทก็เบิกความยืนยันว่า ตามสายตาของตนกอไผ่เป็นของฝ่ายจำเลย ร้อยตำรวจตรีประสาทเป็นพนักงานสอบสวน ไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด น่าเชื่อว่าได้เบิกความไปตามที่พบเห็น ยิ่งกว่านั้นข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของพยานทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างฟังได้ว่า จำเลยเคยมีปัญหาโต้แย้งเรื่องตัดฟันต้นไผ่กับฝ่ายโจทก์อยู่เสมอ โดยต่างฝ่ายต่างอ้างว่าต้นไผ่เป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายตนจำเลยตัดฟันต้นไผ่โดยเชื่อว่าอยู่ในเขตที่ดินของตน รูปคดีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยต่างโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในต้นไผ่กันอยู่ มูลกรณีจึงเป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญา การกระทำของจำเลยที่เข้าตัดฟันเอาต้นไผ่พิพาทไป จึงไม่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4423/2534 นางห มุด บุญ ชู กับพวก โจทก์ นาง จำลอง วา ววงษ์หรือเพ็ง ภาค จำเลย ป.อ. ม. 334