ฎีกาที่ 4111/2532
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ทนายความของคู่ความได้ทำคำแถลงการณ์ปิดคดียื่นต่อศาลอันเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาลเพื่อประโยชน์แก่คดีของตนโดยมิได้มุ่งประสงค์ที่จะ หมิ่นประมาท บุคคลอื่น จึงไม่มีความผิดฐาน หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 331 ฟ้องโจทก์หยิบยกเพียงแต่ข้อความส่วนน้อยในคำแถลงการณ์ของจำเลยมาแสดงเพื่อให้เห็นว่าเป็นข้อความที่ หมิ่นประมาท โจทก์โดยมิได้บรรยายให้เห็นอย่างละเอียดว่า คำแถลงการณ์ดังกล่าวมีข้อความอย่างไรบ้าง ทั้งมิได้แนบสำเนาคำแถลงการณ์ของจำเลยมาท้ายฟ้องด้วย เช่นนี้ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5).
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความจากคำฟ้องของโจทก์ว่า ข้อความที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าจำเลย หมิ่นประมาท นั้นอยู่ในคำแถลงการณ์ปิดคดีในคดีแพ่งซึ่งจำเลยเรียบเรียงขึ้นในฐานะที่เป็นทนายความของโจทก์ในคดีดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการกระทำของทนายความของคู่ความซึ่งแสดงความคิดเห็นหรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาล แต่การกระทำเช่นว่านี้มิใช่ว่าจะไม่เป็นความผิดฐาน หมิ่นประมาท ทุกกรณีไป ทั้งนี้เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 331นั้น การกระทำดังกล่าวจะไม่เป็นการ หมิ่นประมาท ต่อเมื่อกระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตน แต่ถ้าได้กระทำโดยมุ่งประสงค์จะ หมิ่นประมาท บุคคลอื่นแล้วก็มีความผิดฐาน หมิ่นประมาท ได้คำบรรยายฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยมิได้กระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตน ทั้งโจทก์มิได้แนบสำเนาคำแถลงการณ์ของจำเลยดังกล่าวมาท้ายฟ้องเพื่อให้ศาลพิจารณาได้ว่าจำเลยกระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตนหรือไม่ หากพิจารณาฟ้องโจทก์โดยตลอดแล้ว ก็ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมิได้กระทำเพื่อประโยชน์แก่คดีของตน ซึ่งจะทำให้จำเลยไม่ได้รับยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 331 และมีผลให้จำเลยมีความผิดตามมาตรา 326ที่โจทก์ฟ้อง หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ตามฟ้อง การกระทำของจำเลยก็ยังไม่เป็นความผิดตามมาตรา 326นอกจากนี้การที่โจทก์ไม่แนบสำเนาคำแถลงการณ์ของจำเลยดังกล่าวมาท้ายฟ้อง ทั้งมิได้บรรยายฟ้องให้เห็นอย่างละเอียดว่า คำแถลงการณ์ดังกล่าวมีข้อความอย่างไรบ้าง โจทก์เพียงหยิบยกข้อความส่วนน้อยมาแสดงเพื่อให้เห็นว่าเป็นข้อความที่ หมิ่นประมาท โจทก์เท่านั้นเช่นนี้เห็นได้ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) อีกด้วยฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4111/2532 บริษัท บางกอก ชัตเตอร์ส จำกัด กับพวก โจทก์ นาย วัชรินทร์ วรรณปักษ์ จำเลย ป.อ. ม. 326 , ม. 331 ป.วิ.อ. ม. 158 (5)