ฎีกาที่ 3086/2522
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
กล่าวว่าทนายความรับเงินเขามาแล้ว ไม่เอามาให้ตัวความเป็น หมิ่นประมาท ไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นป้องกันตน ฟ้องบรรยายว่ากล่าวคำ หมิ่นประมาท ต่อหน้า น. ทางพิจารณาได้ความว่ากล่าวต่อหน้า ย. ไม่ใช่ข้อสารสำคัญ จำเลยไม่หลงต่อสู้ ศาลลงโทษได้
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับจำเลย 500 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ร่วมเป็นทนายความและได้เป็นทนายให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอีเล็คโทรนิคและโทรคมนาคมฟ้องนายสุรเชษฐ์ วิชชุชัยชาญ ต่อศาลอาญาในข้อหากระทำความผิดต่อพระราชบัญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค วันเกิดเหตุเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ในคดีดังกล่าว จำเลยคดีนี้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้ของนายสุรเชษฐ์ได้มาที่ศาลอาญา และพูดกับนางเยาวนิตย์ ธนะพัฒน์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์ในคดีนั้นด้วยข้อความตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่เป็นความจริงศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลย หมิ่นประมาท ใส่ความนายนริศน์ต่อหน้านางนงเยาว์ ธนะพัฒน์ แต่ในการพิจารณาได้ความว่า จำเลย หมิ่นประมาท ใส่ความนายนริศน์ต่อหน้านางเยาวนิตย์ ธนะพัฒน์ แตกต่างกับฟ้องก็ดี แต่การพูด หมิ่นประมาท ต่อบุคคลที่สามซึ่งจะเป็นใครนั้น ไม่ใช่ข้อสารสำคัญ และไม่ปรากฏว่านางนงเยาว์หรือนางเยาวนิตย์ไม่ใช่บุคคลเดียวกันถึงอย่างไรก็เป็นบุคคลที่เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดอีเล็คโทรนิคและโทรคมนาคมที่จำเลยกล่าวข้อความให้ฟัง โดยจำเลยมิได้หลงต่อสู้ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ส่วนคำบรรยายฟ้องโจทก์มีข้อความว่า "คดีที่มาฟ้องกันนี้ ทนายลื้อไม่ดีเองไปรับเงินเขามาสี่หมื่นบาท มีหลักฐานเซ็นรับไว้เรียบร้อยแล้ว เขาไม่เอาเงินสี่หมื่นมาให้ลื้อ เรื่องจึงตกลงกันไม่ได้" นั้น หมายความว่า โจทก์ร่วมซึ่งเป็นทนายความของห้างหุ้นส่วนจำกัดอีเล็คโทรนิคและโทรคมนาคมที่นางเยาวนิตย์ธนะพัฒน์ เป็นกรรมการผู้จัดการเป็นคนไม่ดี รับเงินจากคู่ความ 40,000 บาทแล้วไม่มอบแก่นางเยาวนิตย์ ธนะพัฒน์ เป็นข้อความที่ใส่ความโจทก์ร่วมให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง เป็นการ หมิ่นประมาท โจทก์ร่วม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และการที่จำเลยอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้นายสุรเชษฐ์ วิชชุชัยชาญ จึงกล่าวข้อความตามฟ้องซึ่งไม่เป็นความจริงต่อนางเยาวนิตย์ ธนะพัฒน์ ที่ศาลอาญานั้น ไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เพื่อความเป็นธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับจำเลยตามคลองธรรม อันจะเป็นเหตุให้จำเลยไม่มีความผิดฐาน หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 คำพิพากษาฎีกาที่ 481/2506 ระหว่างนางคำปวง พันธุ์พานิช โจทก์ นางบัวผัน มงคล จำเลย ซึ่งจำเลยอ้างนั้น เป็นกรณีที่วินิจฉัยถ้อยคำที่จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นคนนิสัยไม่ดีมีความรู้สึกต่ำมีหนี้สินเป็นแสน ๆ ยังใช้หนี้เขาไม่หมด อวดมั่งมี คาดเข็มขัดทอง ไม่ผิดฐาน หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ถ้อยคำที่จำเลยในคดีดังกล่าวพูดไม่ตรงกับคดีนี้ และไม่อาจนำมาเทียบเคียงกันได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3086/2522 อัยการกรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายนริศน์ แสงบรรจง โจทก์ นายเซียะตง แซ่อั้ง จำเลย ป.อ. ม. 326 , ม. 329 ป.วิ.อ. ม. 192