ฎีกาที่ 550/2506
ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น (Academic use only)
คำพิพากษาฎีกาในระบบนี้รวบรวมจาก Thai Supreme Court Corpus (TSCC) v0.1 ซึ่งอนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เนื้อหาไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและอาจคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — ผู้ใช้ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ข้อเท็จจริง
ในพ.ศ. 2495 เมื่อได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมูนิสต์แล้ว โจทก์ได้ถูกจับและถูกศาลลงโทษ แต่ต่อมาได้รับนิรโทษกรรมพ้นโทษไป ครั้นในพ.ศ. 2502 โจทก์ก็ถูกจับในข้อหาว่ากระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินั้นอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังที่นายมนัส นายนคร ถูกจับในความผิดฐานเดียวกัน ไม่นานก่อนถูกจับครั้งหลังนี้ โจทก์ก็ได้รับทุนเดินทางไปยังสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นประเทศที่ยึดถืออุดมการณ์คอมมูนิสต์ จำเลยมีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของคนจีนและมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนและปราบปรามบุคคลที่กระทำการอันเป็นภัยต่อชาติ เมื่อสืบสวนได้ความว่าโจทก์มีพฤติการณ์อย่างไร จำเลยก็เบิกความต่อศาลในคดีที่นายมนัสกับพวกถูกฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ ในข้อหาว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมูนิสต์ โดยพาดพิงถึงโจทก์ว่านายมนัส นายนคร ได้ติดต่อกับโจทก์ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นคอมมูนิสต์ เพื่อแสดงว่าบุคคลทั้งสองนั้นน่าจะมีพฤติการณ์ทำนองเดียวกันกับโจทก์สำหรับประกอบการพิจารณาของศาลต่อไป พฤติการณ์ของโจทก์เองเป็นเครื่องแสดงหรือเป็นสื่อชวนให้เกิดความรู้สึกนึกคิดไปได้ว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องนิยมลัทธิคอมมูนิสต์อยู่บ้าง และที่จำเลยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโจทก์ดังนั้น ก็ในฐานะที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่โดยสุจริตไม่ได้ความว่าจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองกับโจทก์เป็นส่วนตัวและโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าการแสดงความคิดเห็นของจำเลยเป็นไปโดยไม่สุจริต
คำวินิจฉัย
จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(2)