ฎีกาที่ 1337/2524
ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น (Academic use only)
คำพิพากษาฎีกาในระบบนี้รวบรวมจาก Thai Supreme Court Corpus (TSCC) v0.1 ซึ่งอนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เนื้อหาไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและอาจคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — ผู้ใช้ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ข้อเท็จจริง
ลูกสะใภ้ของจำเลยถูกฆ่าตาย โจทก์เป็นพนักงานสอบสวนเดินทางไปตามตัวนายเดชา บุตรชายของจำเลยซึ่งเป็นสามีผู้ตายเพื่อไปตกลงรับรู้เรื่องราวในการที่ภริยาผู้ต้องหาจะชดใช้ค่าทำศพและค่าเลี้ยงดูบุตรผู้ตาย เมื่อไม่พบนายเดชาคงพบแต่จำเลยซึ่งเป็นมารดานายเดชาที่ตลาด โจทก์พูดว่าจำเลยเป็นผู้ใหญ่แล้วพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย โจทก์เป็นสารวัตรแล้ว มีจดหมายมาก็ควรจะไปพบ โจทก์พยายามให้จำเลยตามตัวนายเดชาไปพบให้ได้ในวันนั้น โจทก์พยายามเร่งรัดติดตามตัวนายเดชา จำเลยว่าไม่สามารถทำได้ ได้เกิดโต้เถียงกัน จำเลยจึงเล่าเรื่องราวตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ดังนี้ เห็นว่า พฤติการณ์ของโจทก์ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจไปได้ว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่ลูกสะใภ้ของจำเลยถูกฆ่าตาย จึงได้นำเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับพฤติการณ์ของโจทก์ไปเล่าให้นายปรีชา หรือ "ไว ตาทิพย์" ผู้เขียนหรือควบคุมคอลัมน์ไว ตาทิพย์ กระพริบที่นี่ แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฟังว่าโจทก์จะให้ลูกชายของจำเลยไปเซ็นชื่อยอมความกับจำเลย (ในคดีอื่น) ขอให้รับเงินค่าทำขวัญหนึ่งหมื่นบาท เนื่องจากนางวิมลภริยานายเดชาบุตรชายของจำเลยถูกฆ่าตาย ทั้งนี้ด้วยจำเลยหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
คำวินิจฉัย
การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1)