ฎีกาที่ 1545/2535
ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น (Academic use only)
คำพิพากษาฎีกาในระบบนี้รวบรวมจาก Thai Supreme Court Corpus (TSCC) v0.1 ซึ่งอนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เนื้อหาไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและอาจคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — ผู้ใช้ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ข้อเท็จจริง
การที่จำเลยเก็บกระเป๋าเงินของโจทก์ร่วมได้แล้วแอบเปิดดูในลักษณะปกปิดซ่อนเร้น เมื่อถูกถามก็ปฏิเสธว่าเป็นกระเป๋าเปล่าทั้ง ๆ ที่ในกระเป๋าเงินดังกล่าวมีเงินอยู่ รวมตลอดถึงการที่จำเลยแอบเปิดซิป กระเป๋าแล้วมีอาการหน้าตื่นและเดินหลบเลี้ยวอ้อมไปข้างรถโดยไม่ไปขนปูนตามที่มีผู้ว่าจ้างนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นข้อพิรุธที่ส่อแสดงความไม่สุจริตของจำเลยทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบคำเบิกความของโจทก์ร่วมที่ว่า กระเป๋าเงินที่จำเลยคืนให้นั้นซิป ถูกเปิดแย้มไว้ขณะตรวจพบว่าสร้อยคอทองคำหายไป จำเลยก็ออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว จึงเชื่อว่า จำเลยได้เอาสร้อยคอทองคำของโจทก์ร่วมไปจริง และเหตุที่จำเลยต้องคืนกระเป๋าเงินและเงินในกระเป๋าให้แก่โจทก์ร่วมก็เพราะว่า ขณะจำเลยเก็บกระเป๋าเงินของโจทก์ร่วมได้นั้น มีส. ร่วมรู้เห็นอยู่ด้วย
คำวินิจฉัย
การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์