มาตรา 17
มาตรา 17 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราช บัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ตั้งเจ้าพนักงานดำเนินการตามพระราชบัญญัติ กำหนดเงินค่าธรรมเนียม กำหนดเงื่อนไขในการเล่นพนัน และวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ตามมติคณะรัฐมนตรี) พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ รัฐมนตรี บัญชีก. โฆษณา1. หวยก. ข. 2. โปปั่น 3. โปกำ 4. ถั่ว 5. แปดเก้า 6. จับยี่กี 7. ต่อแต้ม 8. เบี้ยโบก หรือคู่คี่ หรืออีโจ้ง 9. ไพ่สามใบ 10. ไม้สามอัน 11. ช้างงา หรือป๊อก 12. ไม้ดำ ไม้แดง หรือปลาดำปลาแดง หรืออีดำอีแดง 13. อีโปงครอบ 14. กำตัด 15. ไม้หมุน หรือล้อหมุนทุก ๆ อย่าง 16. หัวโตหรือทายภาพ 17. การเล่นซึ่งมีการทรมานสัตว์ เช่นเอามีดหรือหนามผูก หรือวางยาเบื่อเมาให้สัตว์ชนหรือต่อสู้กัน หรือสุมไฟบนหลังเต่าให้วิ่งแข่งกันหรือการเล่นอื่น ๆ ซึ่งเป็นการทรมานสัตว์ อันมีลักษณะคล้ายกับที่ว่ามานี้ 18. บิลเลียดรู ตีผี 19. โยนจิ่ม 20. สี่เหงาลัก 21. ขลุกขลิก 22. น้ำเต้าทุก ๆ อย่าง 23. ไฮโลว์ 24. อีก้อย 25. ปั่นแปะ 26. อีโปงซัด 27. บาการา 28. สล๊อทแมชีน บัญชีข. 1. การเล่นต่าง ๆ ซึ่งให้สัตว์ต่อสู้หรือแข่งกัน เช่น ชนโค ชนไก่ กัดปลา แข่งม้า ฯลฯ นอกจากที่กล่าวไว้ในหมายเลข 17 แห่งบัญชีก. 2. วิ่งวัวคน 3. ชกมวย มวยปล้ำ 4. แข่งเรือพุ่ง แข่งเรือล้อ 5. ชี้รูป 6. โยนห่วง 7. โยนสตางค์หรือวัตถุใด ๆ ลงในภาชนะต่าง ๆ 8. ตกเบ็ด 9. จับสลากโดยวิธีใด ๆ 10. ยิงเป้า 11. ปาหน้าคน ปาสัตว์ หรือสิ่งใด ๆ 12. เต๋าข้ามด่าน 13. หมากแกว 14. หมากหัวแดง 15. ปิงโก 16. สลากกินแบ่ง สลากกินรวบหรือการเล่นอย่างใดที่เสี่ยงโชคให้เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง 17. โตแตไลเซเตอร สำหรับการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง 18. สวีป สำหรับการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง 19. บุ๊กเมกิง สำหรับการเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง 20. ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสวีป ซึ่งไม่ได้ออกในประเทศสยาม แต่ได้จัดให้มีขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายของประเทศที่จัดนั้น 21. ไพ่นกกระจอก ไพ่ต่อแต้ม ไพ่ต่าง ๆ 22. ดวด 23. บิลเลียด 24. ข้องอ้อย 25. สะบ้าทอย 26. สะบ้าชุด 27. ฟุตบอลโต๊ะ 28. เครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกล พลังไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อนกด ดีด ดึง ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใดซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ไม่ว่าจะโดยมีการนับแต้มหรือ เครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ก็ตาม พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2482 [รก.2482/-/971/2 ตุลาคม 2482] พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2485 [รก.2485/6/258/27 มกราคม 2485] พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2485 [รก.2485/76/2361/8 ธันวาคม 2485] พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2490 [รก.2490/45/632/23 กันยายน 2490] [รก.2503/31/36พ/13 เมษายน 2503] [รก.2504/35/392/18 เมษายน 2504] [รก.2505/11/55/6 กุมภาพันธ์ 2505] โฆษณาสาระสำคัญ ตาม พรบ.การพนันพ.ศ.2478 โดยพ.ต.ท.สมศักดิ์ ตังคณาพร 1. การเล่นมี4ชนิด คือ 1.1 การเล่นห้ามเด็ดขาดขาด ตามม.4ว.1 (ใครก็จะอนุญาตมิได้ นอกจากมีพระราชกฤษฎีกาให้เล่นในสถานที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น) 1.2 การเล่นที่ต้องขอนุญาต ตามม.4ว.2(บัญชีข.) และม.8(การแถมพก) – ตามม.4ว.2 มุ่งตรงต่อผู้จัด(ได้ประโยชน์ทั้งตรงและอ้อม) ต้องได้รับการอนุญาต หากได้รับแล้ว ก็ถือว่าเข้าเล่นได้โดยไม่ผิดกฎหมาย // การเล่น 5-15 บัญชีข. ซึ่งหากมีการให้ของรางวัลเป็นสิ่งของแล้ว จะให้เป็นเงินแทนมิได้ หากเมื่อได้รับของรางวัลแล้ว ห้ามมิให้นำกลับคืน แลกเปลี่ยน รับซื้อของรางวัลนั้น ภายในงาน // การแถมพกการเสี่ยงโชค(ม.8) ไม่เป็นการพนัน แต่ต้องขออนุญาตก่อน ไม่งั้นผิดกม. หากฝ่าฝืนม.8(จัดให้-มีเสี่ยงโชค-ในกิจการค้า-ได้รับอนุญาต) ต้องรับโทษตามม.12 1.3 การเล่นอื่นๆตามม.4ทวิ การเล่นทุกๆอย่างที่เข้าลักษณะก่อให้เกิดทางได้ทางเสียกม.ห้ามทั้งนั้น เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ก็สามารถผิดม.นี้ได้ 1.4 การเล่นสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ ตามม.9 เป็นการพนันชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ระยะเวลานาน คือต้องมีระยะเวลาในการขายสลาก และสามารถขยายวงเล่นได้กว้างอย่างรวดเร็ว (ตามม.นี้ มีโทษสูงกว่าการเล่น ตามบัญชีข.) 2. บุคคลที่เกี่ยวข้องในการพนัน มี2ฝ่ายคือ ผู้จัดให้มีการเล่น และ ผู้เล่น 2.1 ผู้จัดให้มีการเล่น ตามม.5(ดูเจตนาทั่วไปตามอาญา) ตามบัญชีก. มีตวามผิดทันที / ตามบัญชีข. ต้องได้รับอนุญาต หากเล่นพลิกแพลง ผิดเงื่อนไข จากที่รับอนุญาต ก็ผิดม.12 (ไม่มีความผิดฐานสนับสนุนเพิ่มอีก) 2.2 ผู้เล่น หมายถึง ผู้อยู่ในวงเล่นทั้งหมด ทั้งเล่นและดู(สืบได้จากม.6) – ตามม.6 แม้จะไม่เล่น แต่อยู่ในวงด้วย ก็ถูกสันนิษฐานว่าเล่นด้วย – ตามม.5 ให้สันนิษฐานไว้ว่าผู้นั้นพนันเอาเงินหรือทรัพย์สินด้วย * การสืบหักล้าง ต้องพิสูจน์ว่าไม่อยู่ในวง และไม่พนันเงินและทรัพย์สินด้วย 3. วงและสถานที่เล่นการพนัน องค์ประกอบสำคัญของม.6 ต้องดูว่าสถานที่นั้นเป็นวงพนันรึไม่ หากไม่เป็นก็ไม่มีผู้เล่นตามม.6 แต่มีข้อยกเว้นตามม.6 ว่าไม่เป็นผู้เล่นแต่เป็นผู้ดู ซึ่งไม่ถูกสันนิษฐานเป็นผู้เล่น 4. ทรัพย์สินพนันและเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นพนัน ตามม.10 – ทรัพย์สินพนันหรือสินพนัน คือ ทรัพย์สินที่เป็นวัตถุแห่งการแพ้ชนะกัน เช่น เงิน ทรัพย์สิน ถ้าจับได้ในวงก็ริบได้เลย(เงินในกระเป๋าสตางค์ของผู้เล่น ไม่ถือเป็นสินพนันริบไม่ได้) * สิ่งที่พอจะถือได้เป็นสินพนัน ต้องถือเป็นสิ่งที่มีค่าพอในตัวมันเอง – เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นพนัน หมายถึง อุปกรณ์สำหรับใช้เล่นพนัน *** สินพนัน – เจ้าของมิรู้เห็นขอคืนมิได้ / อุปกรณ์ – ขอคืนได้ 5. สินบนนำจับ ตามม.15 คือรางวัลที่รัฐจ่ายให้แก่บุคคลใดที่ชี้ช่องให้เจ้าพนักงานไปจับการพนันราย ใดรายหนึ่งได้สำเร็จ เงินนี้จ่ายครึ่งหนึ่งจาก อัตราค่าปรับ หากถ้ามีแต่โทษจำคุกอย่างเดียว ก็ให้สินบนมิได้ > การฟ้องให้สั่งจ่ายนั้น ต้องขอโดยอัยการในขณะฟ้อง 6. การขออนุญาตเล่นการพนัน ตามพรบ.นี้ทำได้ 3วิธี คือ 6.1 มีพระราชกฤษฎีกาให้ไว้ คือ พรก.ฉบับ10ก.ค.2482อนุญาตให้เล่นตามบัญชีก.ได้ในสถานคาสิโนของรัฐบาล ซึ่งรมว.การคลังจัดตั้งขึ้น 6.2 ขออนุญาตต่อ รมว.มหาดไทย หรือจพง.ผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต สำหรับบัญชีข. และการแถมพก ตามม.8 ผู้สามารถออกได้คือ – ในกทม. – นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรประจำท้องที่ –> สารวัตรขึ้นไป – จังหวัดอื่นๆ – นายอำเภอท้องที่ หรือปลัดอำเภอ การเล่นที่มีการให้การอนุญาตแล้ว –> ตามบัญชีข.ดังนี้.- ไพ่บริดจ์ เล่นในระหว่างญาติ / บิลเลียด ไม่เกิน5โต๊ะ เก็บค่าเกมส์ตามสมควร / วิ่งวัวคน 7. โทษ ตามพรบ. มี2อย่างคือ 1.เรียกคืนในอณุญาต(ม.11) / 2.โทษอาญาทั่วไป คือจำคุก ปรับ ริบ (ม.9ตรี,12,13และ14) /// การเพิ่มโทษ ตามม.14ทวิ เพื่อให้เข็ดหลาบ นับสามปีแต่วันพ้นโทษ 8. การฟ้องคดี รัฐเป็นผู้เสียหาย รัฐฟ้องได้ผู้เดียว ปฏิบัติตามป.วิ.อ.158 9. ภาษีและค่าธรรมเนียมการพนัน ภาษีการพนัน คือ ภาษีเรียกเก็บจากผู้ได้รับรางวัลบางประเภท // ค่าธรรมเนียมการพนัน คือ ค่าออกใบอนุญาตให้เล่นการพนัน บัญชีข. เรียกจากผู้จัด 10. รมต. ผู้รักษาการตาม พรบ.การพนัน (ม.17) ได้แก่ รมว.มหาดไทย ซึ่งมอบให้พนง.ใดมีอำนาจทำการแทนได้โดยออกกฎกระทรวง ความหมายของการคำว่า “การพนันและขันต่อ” การพนันและขันต่อ คือสัญญาซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่า เมื่อมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งไม่แน่นอนเกิดขึ้นตรงตามเงื่อนไขของ สัญญาแล้ว จะก่อให้เกิดผลแพ้ชนะกับคู่สัญญานั้น คู่สัญญาฝ่ายข้างแพ้จะชำระหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ตกลงไว้ให้กับคู่ สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชนะ สามารถสรุปหลักเกณฑ์ได้ดังนี้ 1. มีคู่สัญญาสองฝ่าย ฝ่ายละกี่คนก็ได้ 2. มีโอกาสแพ้ชนะโดยการเสี่ยงโชค (มีเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอน) 3.***คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องมีทั้งทางได้และทางเสีย(ฝ่ายใดถ้ามีแต่ทางได้ หรือเสียเพียงอย่างเดียวก็ไม่เข้าลักษณะเป็นการพนันและขันต่อ แต่อาจเป็นเงื่อนไขสามารถบังคับหนี้ได้ตามกม.) สัญญาอื่นๆที่ไม่เป็นการพนันและขันต่อ การเล่นแชร์เปียหวย – เพราะไม่มีลักษณะว่าจะมีทางได้ทางเสียของผู้เล่น ดังนี้จึงไม่เป็นการพนันและขันต่อ แต่เป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งฟ้องร้องได้ การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ – แม้จะมีการเสี่ยงว่าจะได้กำไรขาดทุน แต่ก็ไม่เป็นการพนัน เพราะแม้ราคาจะตกช่วงหนึ่ง ก็ไม่ต้องถูกบังคับให้ขายหุ้นนั้น เมื่อไม่ขายหุ้นนั้น ก็ไม่เกิดการเสีย เช่นเดียวกับการซื้อทองเช่นกัน สัญญาประกันภัย – ม.861 อันสัญญาประกันภัย คือ สัญญาที่บุคคลหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีมีวินาศภัยเกิดขึ้น ซึ่งเห็นได้ว่าสัญญานี้มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่ เอาประกันภัยด้วยสัญญาจึงผูกพันธ์ ถือว่าไม่เป็นการพนัน ไม่มีการได้เสีย การท้ากันในศาล – ไม่เป็นการพนันแต่มีข้อจำกัดอยู่มาก การทายผลเลือกตั้ง ผลมวย ผลบอลโลก – โดยการส่งไปรษณียบัตร ถือว่าไม่เป็น ผู้ส่งมีแต่ทางได้ ไม่มีเสีย เพราะหากทายผิดก็ไม่เสียอะไร ส่วนการที่ซื้อไปรษณียบัตรนั้นไม่เป็นทางเสีย แต่เป็นวิธีการเล่นเกมส์เท่านั้น พรบ.การพนันพ.ศ.2478 – มุ่งเรื่องการควบคุมและลงโทษผู้ฝ่าฝืนในทางอาญาม.4 – ห้ามมิให้อนุญาตจัดให้มี หรือเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น อันระบุไว้ในบัญชีก. หรือการเล่นอื่นที่ห้ามไว้นอกเหนือโดยรัฐมนตรี แต่รัฐบาลอาจกำหนดสถานที่ใดๆให้เล่นได้ โดยออกพระราชกฤษฎีกา การเล่นในบัญชีข. จะจัดให้มีขึ้นเป็นทางนำมาเพื่อผลประโยชน์ แก่ผู้จัดโดยทางตรงหรือทางอ้อมได้ ต่อเมื่อเจ้าพนักงานออกใบอนุญาตให้ หรือมีกฎกระทรวงอณุญาตให้จัดขึ้นโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต การเล่นหมายเลข5-15 ในบัญชีข. หรือการเล่นอื่นๆ จะให้รางวัลตีราคาเป็นเงินไม่ได้และห้ามมิให้ผู้ใดได้รับรางวัลที่ให้ไป แล้วกลับคืน หรือรับซื้อหรือแลกเปลี่ยนรางวัลนั้นในสถานงาน หรือการเล่นหรือบริเวณต่อเนื่องในระหว่างมีงาน หรือการเล่นม.4 ทวิ – ในการเล่นอื่นใดนอกจากม.4 จะพนันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง คำว่า”การเล่น” ในวรรคก่อน ให้หมายความรวมตลอดถึงการทายหรือการทำนายด้วยม.5 – ผู้ใดจัดให้มีการเล่นซึงตามปกติย่อมพนันหรือเอาเงินหรือทรัพย์สินอย่าง อื่นแก่กัน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นจัดให้มีขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน และผู้ใดเข้าเล่นอยู่ด้วยก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นพนันเอาเงินหรือ ทรัพย์สินม.6 – ผู้ใดอยู่ในวงพนันให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้เล่น เว้นเพียงแต่ดูการเล่นในงานรื่นเริงสาธารณะหรืองานนักขัตฤกษ์หรือในที่สาธารณสถานม.7 – ใบอนุญาตต้องกำหนด 1)ลักษณะ ข้อจำกัดการเล่นพนัน 2)สถานที่ วัน เดือน ปี เวลา 3)จำนวนผู้เล่นจะกำหนดหรือไม่ก็ได้ และห้ามอายุต่ำกว่า20ปี(เว้นแต่ บัญชีข. หมายเลข16 – สลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือการเล่นใดที่เสี่ยงโชคให้เงิน หรือประโยชน์อย่างอื่นอย่างใดแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง) ม.8 – การจัดให้มีการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคโดยวิธีใดๆในการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ จะต้องได้รับอณุญาตก่อนจึงจะทำได้ม.9 – สลากกินแบ่ง สลากกินรวบ ต้องส่งสลากให้เจ้าพนักงานประทับตราออกใบอนุญาตก่อน และหากยังมิได้รับการอนุญาตก็จะนำออกจำหน่ายมิได้ม.9 ทวิ – ห้ามขายสลากเกินกว่าราคาที่กำหนดในสลากม.9 ตรี – โทษจำคุก1เดือน ปรับ 1000 หรือทั้งจำและปรับม.10 – ทรัพย์สินพนันที่จับได้ในวงเล่นการพนันที่ขัดต่อพรบ.นี้หรือใบอนุญาต ให้ริบเสีย เว้นแต่ทรัพย์สินซึ่งมิได้เอาออกพนันว.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นให้ริบได้ตามกม.ลักษณะอาญาว.3 ประกาศชักชวนต่างๆ เจ้าพนง.ไปรษณีย์มีอำนาจทำลายได้ แต่จพง.นี้ จะเปิดซองออกดูมิได้ เว้นแต่ทราบจากดูภายนอกม.11 – เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต มีสิทธิเรียกใบอนุญาตคืน หากไม่ทำตามพรบ.นี้ หรือกฎกระทรวงซึ่งออก หรือตามใบอนุญาตนั้นม.12 – ผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรืออ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ซึ่งมิได้รับอนุญาต หรือรับอนุญาตแล้วเล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อพรบ.นี้ (อายุต่ำกว่า 20ปี) ผู้นั้นมีความผิด …. ม.13 – ความผิดของผู้รับซื้อรางวัลกลับคืน หรือแลกเปลี่ยน รับซื้อ ตามม.4 ม.14 ทวิ – ผู้ใดทำผิดต้องระวางโทษตามพรบ.นี้ เมื่อรับโทษแล้ว ยังไม่ครบ3ปี ทำความผิดอีก 1) โทษคราวหลังเป็นโทษจำคุกและปรับ ให้วางโทษทวีคูณ 2) ถ้าโทษซึ่งกำหนดครั้งหลังเป็นโทษจำคุกหรือปรับ ให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับม.15 – กรณีที่มีผู้นำจับผู้กระทำผิด ให้อัยการร้องต่อศาลให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ โดยให้ผู้กระทำผิดจ่ายสินบนครึ่งหนึ่งของค่าปรับให้แก่ผู้นำจับ ถ้าไม่ยอมจ่ายให้นำเงินจากของกลางที่ริบได้มาจ่ายให้ หรือจ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล บัญชีก. 1.หวยก.ข. 2.โปปั่น 3.โปกำ 4.แปดเก้า 5.จับยี่กี 6.จับยี่กี 7.ต่อแต้ม 8.คู่คี้ 9.ไพ่สามใบ 10.ไม้สามอัน 11.ช้างงา 12.ไม้ดำไม้แดง 13.อีโปงกรอบ 14.กำตัด 15.ไม้หมุน 16.ทายภาพ 17.การเล่นซึ่งมีการทรมานสัตว์ 18.บิลเลียด 19.โยนจิ่ม 20.สี่เหงาลัก 21.ขลุกขลิก 22.น้ำเต้าทุกๆอย่าง 23.ไฮโลว์ 24.อีก้อย 25.ปั่นแปะ 26.อีโปงซด 27.บาการา 28.สลีอทแมชชีน บัญชีข. 1.การเล่นต่างๆซึ่งใช้สัตว์ต่อสู้หรือแข่งขัน เช่น ชนไก่ แข่งม้าฯลฯ 2.วิ่งวัวคน 3.ชกมวย มวยปล้ำ 4.แข่งเรือพุ่ง 5.ชี้รูป 6.โยนห่วง 7.โยนสตางค์หรือวัตถุใดๆลงในภาชนะต่างๆ 8.ตกเบ็ด 9.จับสลากโดยวิธีใดๆ 10.ยิงเป้า 11.ปาหน้าคน หรือสัตว์ใดๆ 12.เต๋าข้ามด่าน 13.หมากแกว 14.หมากหัวแดง 15.บิงโก 16.สลากกินแบ่ง สลากกินรวบ เสี่ยงโชคให้เงิน 17.โตแตไลเซอร์ 18.สวีป 19.ปุ๊กเมกิง 20.ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบหรือสวีป 21.ไพ่นกกระจอก 22.ดวด 23.บิลเลียด 24. ข้องอ้อย 25.สะบ้าทอย 26.สะบ้าชุด 27.ฟุตบอลโต๊ะ 28.เครื่องเล่นไฟฟ้าต่างๆ การพนันขันต่อในทางความหมายแพ่ง ประวัติ – การพนันมีมาแต่นมนาน ไม่สามารถแยกออกจากมนุษย์ได้ เสมือนดั่งมรดกในสังคม บางสังคมอนุญาตให้เล่นได้ บางสังคมไม่ให้เปิดคาสิโน ก็เพราะเห็นว่าจะเป็นการมอมเมาสมาชิกในสังคม เป็นผลเสียต่อมา แต่ก็มีการผ่อนปรนอยู่บ้าง ในไทยการพนันเริ่มเข้ามาโดยทางการค้า ซึ่งจีนเป็นผู้นำเข้ามา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนมาถึงสมัยอยุธยา ก็มีการตั้งบ่อนมีการเก็บค่าธรรมเนียมจาดเจ้าบ่อนเรียกว่า “อากรบ่อนเบี้ย” จนถึงร.4 ก็มีการเก็บเพิ่มขึ้น ชดเชยรายได้จากที่เสียไปในการค้าขายกับต่างประเทศ ในปัจจุบันมีการควบคุมโดยอาศัย พรบ.การพนันพ.ศ.2478 โดยแยกการพนันเป็นบัญชีก.และบัญชีข. สัญญาการพนันและขันต่อ – กล่าวคือสัญญาโดยทั่วไป เมื่อมีเจตนาเสนอสนองต้องตรงกันก็เกิดสัญญาขึ้น บางสัญญาต้องทำตามแบบ เมื่อถูกต้องครบก็มีผลบังคับผูกพันธ์ต่อกันหรือเกิดหนี้ได้ แต่สัญญาการพนันขันต่อแม้สัญญาเกิดขึ้นแล้วมีเจตนาต้องตรงกันแล้ว ก็หาให้เกิดหนี้บังคับต่อกันไม่ ความสมบูรณ์ของสัญญาการพนันและขันต่อ – โดยทั่วไปสัญญาทั่วไปจะสมบูรณ์ได้คือ 1.มีเจตนาต้องตรงกัน 2.สมบูรณ์ด้วยการส่งมอบ 3.สมบูรณ์เมื่อทำตามแบบ สำหรับสัญญาพนันขันต่อนี้ ถือว่าสมบูรณ์ได้เมื่อมีเจตนาถูกต้องตรงกัน ถึงแม้ไม่มีการส่งมอบทรัพย์กันก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว สัญญาการพนันและขันต่อ VS สัญญาที่เป็นโมฆะ สัญญาการพนันฯ – เจตนาตรงกัน ก็เกิดสัญญา สัญญาโมฆะ – ไม่เป็นสัญญา เสียเปล่ามาแต่แรก *** และต่างกันตรงที่ 1.การที่คู่กรณีกลับคืนสู่สถานะเดิม สัญญาการพนันนั้นหากให้สิ่งใดไปก็จะเรียกกลับคืนมิได้ / ส่วนโมฆะนั้นกลับสู่ สู่สภาพเดิมได้ 2.สัญญาการพนันให้สัตยาบันได้ สำหรับการพนันตามม.854/โมฆะกรรมให้สัตยาบันมิได้ ความหมายของคำว่า “การพนัน” และ “ขันต่อ” ดูม.853ว.1 การพนัน(Gambling) – การเข้าเล่นเพื่อแสวงหาประโยชน์ โดยอาศัยการเสี่ยงโชคด้วยไหวพริบและฝีมือ ขันต่อ(Betting) – การเข้าเล่นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยอาศัยการเสี่ยงโชคในเหตุการณ์อันไม่แน่นอนอันจะเกิดในภายหน้า โดยคู่สัญญามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน *แม้ความหมายจะต่างกัน แต่ใช้หลักกม.เดียวกันม.853-855-> มุ่งเรื่องหนี้ที่เกิดจากการพนันม.853 – อันการพนันหรือขันต่อนั้น หาก่อให้เกิดหนี้ไม่ สิ่งที่ได้ให้กันไปในการพนันหรือขันต่อก็จะทวงคืนไม่ได้ เพราะเหตุหามูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดมิได้ ข้อบัญญัติที่กล่าวนี้ ท่านให้ใช้ตลอดถึงข้อตกลงเป็นมูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดอันฝ่ายข้างเสียพนัน ต่อหากทำให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจะใช้หนี้เงินพนันหรือขัน ต่อนั้นด้วยม.854 – อันการออกสลากกินแบ่งก็ดี ออกสลากกินรวบก็ดี เป็นสัญญาอันจะผูกพันต่อเมื่อรัฐบาลได้ให้อำนาจหรือให้สัตยาบันแก่การนั้น เฉพาะราย นอกนั้นท่านให้บังคับตามบทบัญญัติมาตรา853 ม.855 – ภายในบังคับแห่งม.312และม.916 ตั๋วเงินหรือเอกสารอย่างอื่นทุกฉบับซึ่งออกให้เต็มจำนวน หรือแต่โดยส่วนเพื่อแทนเงินใดๆอันได้แต่ชนะพนันหรือขันต่อก็ดี ออกให้เพื่อใช้เงินที่ยืมมาใช้ในการพนันหรือขันต่อเช่นว่านั้นก็ดี ท่านว่าไม่สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัตินี้ เงินรายใดให้ยืมแก่บุคคลกำลังเล่นการพนัน หรือขันต่อ ในเวลาหรือณ สถานที่เล่นเช่นนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเงินนั้นได้ให้ยืมไปเล่นเพื่อการพนันหรือขันต่อ (ม.312 – มูลหนี้อันพึงชำระตามเขาสั่งลน.จะยกข้อต่อสู้ที่มีต่อเจ้าหนี้เดิมเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริตหาได้ไม่) (ม.916 – บุคคลทั้งหลายผู้ถูกฟ้องในมูลตั๋วเงิน จะต่อสู้ผู้ทรง ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนเองกับผู้สั่ง จ่ายหรือกับผู้ทรงก่อนๆนั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยการคบคิดกันฉ้อฉล) สรุปการใช้กม.แพ่งและพรบ.การพนัน 2478ในเรื่องการพนันและขันต่อ การพนันตามพรบ.การพนัน นั้นมุ่งหมายเพื่อจะควบคุมลงโทษผู้ฝ่าฝืนในทางอาญา ไม่กระทบกระเทือนต่อทางแพ่ง หมายความว่า เมื่อมีการเล่นแล้ว จะผิดหรือไม่ผิดก็ว่าตาม พรบ.การพนัน ส่วนเรื่องจะเรียกร้องให้ชำระหนี้กันได้หรือไม่ ก็ว่าไปตามกม.แพ่งม.853-855 แม้ผู้เข้าเล่นจะไม่ผิด พรบ. แต่ความสัมพันธ์ทางแพ่งก็ว่ากันไปตามบทบัญญัติมาตรา 853-855 เช่น เมื่อมีการพนันแล้ว ทางแพ่งถือว่าไม่ก่อให้เกิดหนี้ ซึ่งจะส่งผลให้คู่สัญญาไม่มีสิทธิเรียกร้องหนี้สินใดๆที่เกิดจากการพนัน เป็นต้น โฆษณากฎหมายเกี่ยวกับการพนัน โดยพ.ต.ท.สมศักดิ์ ตังคณาพร การเล่น การ เล่นการพนัน คือ การเอาแพ้ชนะกันด้วยการเสี่ยงโชค เคยมีคดีฟ้องเรียกร้องเงินค่าแชร์กันเป็นคดีแพ่ง จำเลยตัดฟ้องว่าเป็นการพนันขันต่อ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อตัดฟ้องว่า การเล่นแชร์เปียหวยจะจัดเข้าอยู่ในลักษณะการพนันขันต่อตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าตามวิธีของการเล่นแชร์เปียหวยตามที่กล่าวในฟ้อง และที่นำสืบไม่เข้าอยู่ในลักษณะของการพนันขันต่อ เพราะไม่มีการแพ้ชนะด้วยวิธีการเสี่ยงโชค ดังนั้นจึงถือได้ว่าการเสี่ยงโชค คือเงื่อนไขสำคัญของการเล่นการพนัน ซึ่งไม่ว่ากรณีจะเป็นแพ่งหรืออาญา ก็ถือหลักเช่นเดียวกันน ถ้าจำเลยเขียนสลากกินรวบไว้สำหรับขาย แต่ยังไม่ทันลงมือขายก็ถูกตำรวจจับเสียก่อน ดังนี้ถือว่ายังไม่ได้ลงมือกระทำผิดฐานเล่นการพนันสลากกินรวบ จึงไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบ การเล่นพนันอย่างอื่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าเพียงแต่เอาเสื่อมาปู เอาไพ่สองสามสำรับมาวางกองไว้ แต่ผู้เล่นยังมากันไม่ครบ อย่างนี้ถือเป็นเพียงขั้นตระเตรียมการเล่นการพนันเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นพยายามกระทำผิดฐานเล่นการพนัน สินพนันก็เป็นเงื่อนไขสำคัญของการเล่น ถ้าเอายางรัดของที่มีมูลค่าน้อยและเจ้าของทิ้งแล้วมาเล่นพนันโยนยาง ยางรัดของนี้ไม่พอถือว่าเป็นสินพนัน การเล่นดังกล่าวจึงยังไม่พอถือว่าเล่นพนันเอาทรัพย์สินกัน การเล่นที่ห้ามขาด มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ.2478