มาตรา 72 บรรดาใบอนุญาตและใบอนุญาตขับรถยนต์ที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช 2473 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขับรถยนต์นั้น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการส.โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม(1) คำขอ ฉบับละ 5 บาท (2) ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ 100 บาท (3) แผ่นป้ายทะเบียนรถ แผ่นละ 100 บาท (4) การขอค้นทะเบียนรถหรือขอแก้ไขเพิ่มเติม รายการในทะเบียนรถและใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 10 บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 50 บาท (5) การโอนทะเบียนรถ ครั้งละ 100 บาท (6) การย้ายรถ (ก) รถยนต์ ครั้งละ 50 บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 20 บาท (7) การตรวจสภาพรถ (ก) รถจักรยานยนต์ คันละ 10 บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) คันละ 50 บาท (8) ใบอนุญาตตามมาตรา 23 ฉบับละ 1,000 บาท (9) ใบอนุญาตตามมาตรา 27 ฉบับละ 1,000 บาท (10) เครื่องหมายพิเศษตามมาตรา 27 อันละ 100 บาท (11) สมุดคู่มือประจำรถตามมาตรา 27 เล่มละ 100 บาท (12) ใบอนุญาตรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจร ทางถนน ทำณ นครเจนีวาค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทย ได้ภาคยานุวัติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2505 ฉบับละ 1,000 บาท (13) ใบอนุญาตขับรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วย การจราจรทางถนน ทำณ นครเจนีวาค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2505 ฉบับละ 500 บาท (14) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ฉบับละ 100 บาท(15) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหนึ่งปี ฉบับละ 100 บาท (16) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ ฉบับละ 1,000 บาท (17) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหนึ่งปี ฉบับละ 100 บาท (18) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ชั่วคราว ฉบับละ 50 บาท (19) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล หนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท (20) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ตลอดชีพ ฉบับละ 750 บาท(21) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท (22) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว ฉบับละ 50 บาท (23) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์หนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท (24) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพ ฉบับละ 500 บาท (25) ใบอนุญาตขับรถบดถนนสามปี ฉบับละ 150 บาท (26) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์สามปี ฉบับละ 150 บาท (27) ใบอนุญาตขับรถยนต์นอกจาก (14) ถึง (26) ฉบับละ 50 บาท (28) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ ครั้งละ 50 บาท (29) หนังสืออนุญาตตามมาตรา 17 วรรคสอง หรือมาตรา 18 ฉบับละ 50 บาท (30) ใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ 50 บาท (31) ใบแทนใบอนุญาต ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต แต่ไม่เกิน ฉบับละ 100 บาท (32) ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ฉบับละ 20 บาท (33) ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ 25 บาท (34) ค่าธรรมเนียมอื่น ครั้งละ 20 บาท (35) การรับรองสำเนาเอกสาร แผ่นละ 20 บาท อัตราภาษีประจำปี *(1) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคนให้เก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบรวมกัน ของเครื่องยนต์ของรถยนต์แต่ละคัน ในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) 600 ลูกบาศก์เซนติเมตรแรกลูกบาศก์เซนติเมตรละ 0.50 บาท (ข) ส่วนที่เกิน 600 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 1,800 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลูกบาศก์เซนติเมตรละ 1.50 บาท (ค) ส่วนที่เกิน 1,800 ลูกบาศก์เซนติเมตรลูกบาศก์เซนติเมตรละ 4.00 บาท รถยนต์ตาม (1) ที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของ และมิได้ให้บุคคลธรรมดาเช่าซื้อ ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้เช่าซื้อของนิติบุคคลนั้น ให้เก็บภาษีในอัตราสองเท่า *[อัตราภาษีประจำปี (1) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2524] (2) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม คันละ 150 บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ 501-750 กิโลกรัม คันละ 300 บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ 751-1,000 กิโลกรัม คันละ 450 บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ 1,001-1,250 กิโลกรัม คันละ 800 บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,251-1,500 กิโลกรัม คันละ 1,000 บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,501-1,750 กิโลกรัม คันละ 1,300 บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ 1,751-2,000 กิโลกรัม คันละ 1,600 บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,001-2,500 กิโลกรัม คันละ 1,100% บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,501-3,000 กิโลกรัม คันละ 2,200 บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,001-3,500 กิโลกรัม คันละ 2,400 บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,501-4,000 กิโลกรัม คันละ 2,600 บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,001-4,500 กิโลกรัม คันละ 2,800 บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,501-5,000 กิโลกรัม คันละ 3,000 บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ 5,001-6,000 กิโลกรัม คันละ 3,200 บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ 6,001-7,000 กิโลกรัม คันละ 3,400 บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ 7,001 กิโลกรัมขึ้นไป คันละ 3,600 บาท (3) รถจักรยานยนต์ คันละ 100 บาท (4) รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ คันละ 50 บาท (5) รถพ่วงนอกจาก คันละ 100 บาท (6) รถบดถนน คันละ 200 บาท (7) รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท (8) รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการ ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม คันละ 450 บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ 501-750 กิโลกรัม คันละ 750 บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ 751-1,000 กิโลกรัม คันละ 1,050 บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ 1,001-1,250 กิโลกรัม คันละ 1,350 บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,251-1,500 กิโลกรัม คันละ 1,650 บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,501-1,750 กิโลกรัม คันละ 2,100 บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ 1,751-2,000 กิโลกรัม คันละ 2,550 บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,001-2,500 กิโลกรัม คันละ 3,000 บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,501-3,000 กิโลกรัม คันละ 3,450 บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,001-3,500 กิโลกรัม คันละ 3,100% บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,501-4,000 กิโลกรัม คันละ 4,350 บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,001-4,500 กิโลกรัม คันละ 4,800 บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,501-5,000 กิโลกรัม คันละ 5,250 บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ 5,001-6,000 กิโลกรัม คันละ 5,700 บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ 6,001-7,000 กิโลกรัม คันละ 6,150 บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ 7,001 กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ 6,600 บาท (9) รถยนต์รับจ้าง ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม คันละ 185 บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ 501-750 กิโลกรัม คันละ 310 บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ 751-1,000 กิโลกรัม คันละ 450 บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ 1,001-1,250 กิโลกรัม คันละ 100% บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,251-1,500 กิโลกรัม คันละ 685 บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,501-1,750 กิโลกรัม คันละ 875 บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ 1,751-2,000 กิโลกรัม คันละ 1,060 บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,001-2,500 กิโลกรัม คันละ 1,250 บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,501-3,000 กิโลกรัม คันละ 1,435 บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,001-3,500 กิโลกรัม คันละ 1,625 บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,501-4,000 กิโลกรัม คันละ 1,810 บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,001-4,500 กิโลกรัม คันละ 2,000 บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,501-5,000 กิโลกรัม คันละ 2,185 บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ 5,001-6,000 กิโลกรัม คันละ 2,375 บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ 6,001-7,000 กิโลกรัม คันละ 2,100% บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ 7,001 กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ 2,750 บาท (10) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหรือรถยนต์สำหรับลากจูงซึ่งมิได้ใช้ในการประกอบ การขนส่งส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก หรือรถแทรกเตอร์ที่มิได้ใช้ในการ เกษตร ให้เก็บภาษีตามน้ำหนักในอัตราดังต่อไปนี้ (ก) น้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม คันละ 300 บาท (ข) น้ำหนักตั้งแต่ 501-750 กิโลกรัม คันละ 450 บาท (ค) น้ำหนักตั้งแต่ 751-1,000 กิโลกรัม คันละ 600 บาท (ง) น้ำหนักตั้งแต่ 1,001-1,250 กิโลกรัม คันละ 750 บาท (จ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,251-1,500 กิโลกรัม คันละ 100% บาท (ฉ) น้ำหนักตั้งแต่ 1,501-1,750 กิโลกรัม คันละ 1,050 บาท (ช) น้ำหนักตั้งแต่ 1,751-2,000 กิโลกรัม คันละ 1,350 บาท (ซ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,001-2,500 กิโลกรัม คันละ 1,650 บาท (ฌ) น้ำหนักตั้งแต่ 2,501-3,000 กิโลกรัม คันละ 1,950 บาท (ญ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,001-3,500 กิโลกรัม คันละ 2,250 บาท (ฎ) น้ำหนักตั้งแต่ 3,501-4,000 กิโลกรัม คันละ 2,550 บาท (ฏ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,001-4,500 กิโลกรัม คันละ 2,850 บาท (ฐ) น้ำหนักตั้งแต่ 4,501-5,000 กิโลกรัม คันละ 3,150 บาท (ฑ) น้ำหนักตั้งแต่ 5,001-6,000 กิโลกรัม คันละ 3,450 บาท (ฒ) น้ำหนักตั้งแต่ 6,001-7,000 กิโลกรัม คันละ 3,750 บาท (ณ) น้ำหนักตั้งแต่ 7,001 กิโลกรัมขึ้นไป คันละ 4,050 บาท ในการคำนวณน้ำหนัก ให้รวมน้ำหนักของรถและเครื่องอุปกรณ์ที่ติดกับตัวรถตามปกติแต่ไม่รวมน้ำหนักน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำและเครื่องมือประจำรถ ถ้ามีเศษของกิโลกรัมให้ปัดทิ้ง________________________หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ได้ประกาศใช้บังคับมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2473 นับเป็นเวลาเกือบห้าสิบปีแล้ว และในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วประมาณยี่สิบครั้ง อย่างไรก็ดียังมีบทบัญญัติอีกหลายมาตราที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและสภาพการณ์ของบ้านเมือง สมควรปรับปรุงเสียใหม่ให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้ทำความตกลงกับประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซึ่งกันและกัน และโดยที่ประเทศไทยอาจทำความตกลงในทำนองเดียวกันกับประเทศอื่น ๆ ด้วย ซึ่งความตกลงดังกล่าวจะมีผลให้ผู้มีใบอนุญาตขับรถที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสมาคมยานยนต์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือจากรัฐบาลของประเทศที่ประเทศไทยมีความตกลงด้วย สามารถใช้ใบอนุญาตขับรถนั้นขับรถในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีอยู่กับต่างประเทศตามความตกลงดังกล่าว นอกจากนี้ เห็นสมควรกำหนดให้ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ ที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ทำณ นครเจนีวาค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2505 เป็นใบอนุญาตขับรถชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.2530/270/49พ./28 ธันวาคม 2530] พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2537หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ไม่อาจใช้ใบอนุญาตนั้นขับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ได้ ทั้ง ๆ ที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ซึ่งมีความสามารถขับรถขนาดใหญ่ย่อมสามารถขับรถที่มีขนาดเล็กกว่าได้ สมควรกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ขับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ในบางประเภทได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.2537/64ก./18/31 ธันวาคม 2537] พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2542หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ในปัจจุบันได้กำหนดบทนิยามคำว่า "รถยนต์ส่วนบุคคล" ไว้ไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกับหลักการเกี่ยวกับการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก นอกจากนั้น ยังมิได้กำหนดให้มีผู้ตรวจเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับรถยนต์ให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเฉพาะดังนั้น เพื่อให้บทนิยามคำว่า "รถยนต์ส่วนบุคคล" ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์มีความหมายชัดเจนโดยไม่มีความหมายครอบคลุมถึงรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบสองคนและรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัมซึ่งใช้ประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และเพื่อให้การตรวจสอบการปฏิบัติเกี่ยวกับรถยนต์เป็นไปตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางการตรวจสอบการขนส่งตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522 ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่อง [รก.2542/20ก/18/25 มีนาคม 2542]
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง สร้างบ้านรุกล้ำที่ดินคนอื่นอย่างไรที่ไม่ต้องรื้อถอน ในกรณีที่คืนรถโดยที่ไม่ต้องชำระค่าส่วนต่าง - ทนายนิธิพล สร้างรั้วกำแพงรุกล้ำในที่ดินของคนอื่น ไม่ต้องรื้อถอน หากกระทำโดยสุจริต การคืนรถไฟแนนซ์โดยไม่เสียค่าส่วนต่าง - ทนายนิธิพล
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้ ตั้งค่าคุกกี้ ยอมรับทั้งหมด