มาตรา 165
มาตรา 165 ในการพิจารณาและพิพากษาคดีตามลักษณะนี้ ให้ศาลมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีโดยคำนึงถึงการสงเคราะห์ให้จําเลยเลิกเสพยาเสพติดโดยการบำบัดรักษายิ่งกว่าการลงโทษ หากจะลงโทษจําเลยก็ให้พิจารณาลงโทษให้เหมาะสมกับจําเลยแต่ละคน แม้จําเลยจะได้กระทําผิดร่วมกัน โดยคำนึงถึงความร้ายแรงตามลักษณะของความผิดที่แตกต่างกันในแต่ละคดี ผลร้ายแรงตามประเภทและปริมาณของยาเสพติดที่เกี่ยวพันกับผู้กระทําความผิด และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับผู้กระทําความผิด เช่น อายุ ประวัติ ความประพฤติ นิสัย สติปัญญา การศึกษาอบรม ภาระในการเลี้ยงดูครอบครัว การเสพเพื่อรักษาโรคบรรเทาความเจ็บปวด ความจําเป็นต้องเสพด้วยเหตุอื่น สภาพร่างกาย และสภาพจิตใจ สิ่งแวดล้อม การถูกบังคับขู่เข็ญหลอกลวงให้เสพยาเสพติด หรือตกเป็นเครื่องมือของผู้ค้ายาเสพติด หรือเหตุอันควรปรานีอื่นใด
นอกจากนั้นการลงโทษควรได้คํานึงถึงชนิดของยาเสพติดที่เสพหรือครอบครองเพื่อเสพ จํานวนยาเสพติดที่เสพหรือครอบครองเพื่อเสพ การเสพยาเสพติดเป็นครั้งคราวหรือประจํา หรือเสพยาเสพติดเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานบางอย่าง
ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งให้พนักงานคุมประพฤติแสวงหาข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบส่งคําสั่งศาลและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสํานักงานคุมประพฤติภายในสามวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง เว้นแต่ศาลมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
เมื่อสํานักงานคุมประพฤติได้รับคําสั่งตามวรรคสาม ให้พนักงานคุมประพฤติดําเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วทํารายงานและความเห็นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานคุมประพฤติได้รับหนังสือ ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นพนักงานคุมประพฤติอาจร้องขอต่อศาลเพื่อขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน