มาตรา 176
(2) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(3) เงินและทรัพย์สินที่กองทุนได้รับจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือมูลนิธิ เว้นแต่เงินอุดหนุนตามมาตรา 7 วรรคสอง
(4) ดอกผลที่เกิดจากกองทุน คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้นาเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาที่เป็นอำนาจของข้าราชการตำรวจ เงินค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เฉพาะส่วนที่จะต้องนาส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และ เงินค่าปรับทางปกครองที่ข้าราชการตำรวจสั่งปรับตามกฎหมาย ให้เป็นของกองทุนโดยไม่ต้องนาส่ง เป็นรายได้แผ่นดินก็ได้ เงิน ดอกผล และทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนาส่ง เป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา 158 เงิน ดอกผล และทรัพ ย์ สิน ที่ป ระกอบขึ้น เป็น กองทุน จะต้อ งจัด การ เพื่อประโยชน์ภายในขอบวัตถุประสงค์ของกองทุน มาตรา 159 ให้ มีค ณะกรรมการบริ หารกองทุน คณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้ บัญ ชาการ ตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงาน อัยการสูงสุด ผู้แทนสานั กงบประมาณ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสองคน เป็นกรรมการ ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการคนหนึ่ง และผู้ช่วยเลขานุการ จำนวนไม่เกินสองคน มาตรา 160 คณะกรรมการบริหารกองทุน มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนและตามนโยบายที่ก.ต.ช. กำหนด
(2) ออกระเบีย บกาหนดหลัก เกณฑ์ การจ่ า ยเงิน กองทุน เพื่อ สนับ สนุน การปฏิ บั ติ งาน ของข้าราชการตำรวจในการทาหน้ าที่เกี่ยวกับการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดทางอาญา ระเบียบดังกล่าว เมื่อได้รับความเห็นชอบจากก.ต.ช. แล้ว ให้ใช้บังคับได้
(3) จัดวางระบบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชี ภาครัฐ ที่กระทรวงการคลังกำหนด
(4) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับ เก็บรักษา และจ่ายเงินของกองทุน
(5) ออกระเบียบกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน
(6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมาย
(7) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งในการบริหารกองทุน
(8) รายงานสถานะการเงินและบริหารกองทุนต่อก.ต.ช. มาตรา 161 ให้ คณะกรรมการบริหารกองทุนจัด ทางบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชี ตรวจสอบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี ให้ สานัก งานการตรวจเงิน แผ่น ดิน เป็น ผู้ส อบบั ญชีข องกองทุน ทุก รอบปี แล้ว ทารายงาน ผลการสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อก.ต.ช. และกระทรวงการคลัง บทเฉพาะกาล มาตรา 162 ให้ ส่ว นราชการที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการ หรือ ส่ว นราชการอย่ า งอื่น ในสานัก งานตารวจแห่ง ชาติพ.ศ. 2552 และที่ แก้ ไขเพิ่ม เติม เป็นส่วนราชการตามพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 11 แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 163 เมื่อ ครบหนึ่ง ปี นับ แต่ วัน ที่พ ระราชบัญ ญั ติ นี้ ใช้ บัง คับ ให้ก องบัง คับ การ ตำรวจรถไฟเป็นอันยุบ และให้โอนเงินงบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยในส่วนที่ได้รับจาก งบประมาณแผ่นดินสำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการ ตำรวจรถไฟ มาเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ สานัก งานตารวจแห่ง ชาติ นาอัต รากาลัง จากกองบัง คับ การตารวจรถไฟตามวรรคหนึ่ง ไปดำเนินการจัดสรรเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 12 มาตรา 164 บรรดาหน้าที่และอำนาจของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟ ในส่ว นที่เกี่ยวกับการสืบสวนหรือสอบสวนเรื่องใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อนยุบกองบังคับการ ตำรวจรถไฟ ให้โอนไปเป็นของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจหรือในกองบังคับการ ตามที่ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติกำหนด และให้ถือว่าการสืบสวนหรือสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้วและที่จะดำเนินการต่อไป เป็นการดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว มาตรา 165 ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ประธานคณะกรรมการ พัฒ นาระบบราชการเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่ง ชาติและหัวหน้าหน่ว ยงานที่รับผิด ชอบปฏิบั ติ การ ตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันได้แก่ กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมาย ว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่ า ด้ว ยการส่ง เสริม การบริ หารจัด การทรัพ ยากรทางทะเลและชายฝั่ง กฎหมายว่ า ด้วย การประมง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล กฎหมายว่าด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ และกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่น มาร่วมกัน พิจารณาเพื่อดำเนินการให้หน่วยงานดังกล่าวรับผิดชอบในการป้องกันและปราบปราม การสืบสวน และ การสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายนั้น ๆ ทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่จะได้ต กลงกัน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและการบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่ และการแบ่งเบาภารกิจของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ และให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบทุกสามเดือน เมื่อได้ข้อยุติประการใดแล้ว ให้ต ราพระราชกฤษฎีกายุบหรือเปลี่ยนแปลงกองบังคับการ ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สอดคล้องกัน และในกรณีที่ยุบกองบังคับการดังกล่าว ให้นาความในมาตรา 163 วรรคสอง มาใช้ บังคับโดยอนุโลม ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดขั้นตอนการถ่ายโอนงาน การโอนและรับโอน ข้าราชการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับคดี หรือเรื่องที่อยู่ในระหว่างดาเนิ นการด้วย โดยให้นาความในมาตรา 6 วรรคสาม มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม เมื่อ พ้น กาหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือ วรรคสองแล้ว ถ้ า ปรึก ษาหารือ กัน ยัง ไม่ ได้ ข้อ ยุติ ให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอันยุบไป และให้ นาอัต รากาลัง ไปดาเนิน การจัด สรรเพื่อ ให้ เป็ นไปตามมาตรา 12 ต่อ ไป และให้ รั ฐมนตรี ผู้รักษาการตามกฎหมายตามวรรคหนึ่ งดำเนินการให้พนักงานเจ้าหน้าที่่ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในการป้องกันและปราบปราม การสืบสวน และการสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายนั้น ๆ ทั้ง หมด และให้ต ราพระราชกฤษฎี กาเพื่อ กาหนดขั้น ตอนการถ่ า ยโอนงาน การโอนและรับ โอน ข้าราชการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับคดี หรือเรื่องที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องหรือจำเป็นในการถ่ายโอนงานด้วย มาตรา 166 ภายในห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ก.ต.ช. พิจารณาทบทวน หน้ า ที่ และอานาจของสานัก งานตำรวจแห่ งชาติ หรือ ข้า ราชการตำรวจในส่ว นที่ มีก ฎหมายกาหนด ให้ สานั กงานตำรวจแห่งชาติห รือข้าราชการตำรวจมีหน้าที่เกี่ยวกับการอนุญาตหรือการจดทะเบียน หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามี ความจำเป็นต้องกำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือข้าราชการตำรวจ มีห น้ า ที่ และอานาจตามกฎหมายดัง กล่ าวไว้ ให้ รายงานเหตุผ ลและความจาเป็น ต่อ คณะรั ฐมนตรี และรัฐสภาเพื่อพิจารณา ในกรณีที่ก.ต.ช. ไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้หน้าที่และอำนาจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือข้าราชการตำรวจในการอนุญาตหรือการจดทะเบียน ตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นสุดลง เว้นแต่คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาจะมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือข้าราชการตำรวจยังคงมีหน้าที่และอำนาจดังกล่าวตามกฎหมายนั้นต่อไป การโอนหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองไปเป็นของหน่วยงานใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา มาตรา 167 ระยะเวลาตามที่กำหนดในมาตรา 165 หากมีความจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอแนะของก.ต.ช. จะขยายเวลาออกไปครั้งละหนึ่งปีก็ได้ แต่จะขยายได้ ไม่เกินสามครั้ง มาตรา 168 กรอบอัต รากำลัง ตามที่ บัญญัติไว้ในมาตรา 12 วรรคสี่ เฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวกับสถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัด ในวาระเริ่มแรกไม่เกิน สองปี นับ แต่ วัน ที่พ ระราชบัญ ญั ติ นี้ ใช้ บัง คับ ให้ห มายถึง เฉพาะกรอบอัต รากาลัง พื้น ฐานที่ก.ตร. กำหนดให้สถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดพึงต้องมีเป็นอย่างน้อย ซึ่งต้องกำหนดให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และภายใน กำหนดเวลาสองปีดังกล่าว ให้ก.ตร. ปรับปรุงกรอบอัตรากำลังของสถานีตำรวจ กองบังคับการตำรวจ นครบาล และตำรวจภูธรจังหวัดใหม่ให้เหมาะสมกับภารกิจและงบประมาณที่จะพึงได้รับการจัดสรร และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 12 วรรคสี่ ภายในสามปีนับแต่วันที่ ครบกำหนดสองปีดังกล่าว มาตรา 169 ผู้ใดเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547 และที่ แก้ ไขเพิ่ม เติม อยู่ ในวัน ก่อ นวัน ที่พ ระราชบัญ ญั ติ นี้ ใช้ บัง คับ ให้ ผู้ นั้น เป็น ข้ า ราชการตารวจ ตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้น เป็นผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 170 ผู้ ใดมีย ศตำรวจหรือว่า ที่ย ศตำรวจลาดับใดตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือกฎหมายอื่น อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ถือว่ามียศตำรวจหรือว่าที่ยศตำรวจลาดับนั้นตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 171 ความในมาตรา 8 (2) มิให้มีผลกระทบต่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง และมีย ศอยู่ ในวัน ก่ อนวัน ที่พ ระราชกฤษฎี กาตามมาตรา 8 วรรคสอง มีผ ลใช้ บัง คับ และเมื่อมี พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวแล้ว ให้ มีสิทธิใช้ยศเพียงเท่าที่ดำรงอยู่ในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ใช้บังคับได้ต่อไป มาตรา 172 ในวาระเริ่ม แรก ในระหว่ า งที่ ยัง ไม่ มีก รรมการนโยบายตารวจแห่ง ชาติ ผู้ท รงคุณ วุ ฒิ ตามมาตรา 14 (4) ให้ก.ต.ช. ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการ ตามมาตรา 14 (1) (2) (3) และ (5) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ก.ต.ช. เพียงเท่าที่จำเป็นเป็นการชั่วคราว ไปพลางก่อน ให้ดำเนินการเลือกกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อ ดาเนิน การตามวรรคสองและได้ก รรมการนโยบายตารวจแห่ง ชาติ ผู้ท รงคุณ วุ ฒิ ตามมาตรา 14 (4) แล้ว ให้เลขานุการก.ต.ช. นาเรื่องที่ดำเนินการไปแล้วตามวรรคหนึ่ง เสนอต่อก.ต.ช. เพื่อทราบและพิจารณา หากก.ต.ช. เห็นว่าเรื่องใดสมควรแก้ไขหรือปรับปรุ งเพื่อให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้หรือเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ให้ก.ต.ช. มีมติหรือดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ โดยพลัน มาตรา 173 ในวาระเริ่มแรก ในระหว่างที่ยังไม่มีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 22 (4) ให้ก.ตร. ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา 22 (1)
(2) และ (3) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ก.ตร. เพียงเท่าที่จำเป็นเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน ให้ดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อดำเนินการตามวรรคสองและได้กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) แล้ว ให้เลขานุการก.ตร. นาเรื่องที่ดำเนินการไปแล้วตามวรรคหนึ่ง เสนอต่อก.ตร. เพื่อทราบและพิจารณา หากก.ตร. เห็นว่าเรื่องใดสมควรแก้ไขหรือปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือเพื่อให้ เหมาะสมยิ่งขึ้น ให้ก.ตร. มีมติหรือดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจโดยพลัน มาตรา 174 ให้ก.ตร. กำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจตามกลุ่มสายงานและระดับ ตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีกรรมการ ข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อก.ตร. ได้กำหนดตำแหน่งเสร็จแล้ว ให้ถือว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ อยู่ในกลุ่มสายงานนั้นมาก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ สำหรับข้าราชการตำรวจที่ไม่มียศตามมาตรา 8 (2) ให้ก.ตร. ดำเนินการและกำหนด ตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่ไม่มียศให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ข้าราชการตำรวจผู้ใดดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ในสายงานสืบสวน สายงานสอบสวนหรือ สายงานอื่นในกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามอยู่ในวัน ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่า เป็นข้าราชการตำรวจในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนหรือกลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการดำเนินการตามวรรคสี่ ภายใต้บังคับวรรคสาม ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการให้ข้าราชการตำรวจทุกตำแหน่ง เข้าตามกลุ่มสายงานตามวรรคหนึ่ง ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่การดำเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้น โดยคำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ที่ผู้นั้นปฏิบัติอยู่เดิม คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง และอัตรากำลังของ แต่ละกลุ่มสายงาน ให้ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิ ธีการประเมินความพึงพอใจตามมาตรา 82 วรรคสอง ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 175 เมื่อดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 173 แล้ว เสร็จ ให้ ดาเนิน การคัด เลือกผู้ที่เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการก.ร.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 43 ให้ แล้ว เสร็จและประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 176 ให้ โอนบรรดากิจ การ ทรัพ ย์ สิน สิท ธิ หน้ า ที่ หนี้ ภาระผูก พัน และ เงินงบประมาณของกองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญาตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไปเป็นของกองทุน เพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัตินี้