ฎีกาที่ 15731/2558
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 3
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ปุ๋ย” หมายความว่า สารอินทรีย์หรืออนินทรีย์ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือทำขึ้นก็ตาม สำหรับใช้เป็นธาตุอาหารแก่พืชได้ไม่ว่าโดยวิธีใด หรือทำให้เกิดการเปลี...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 4
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 12
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตเพื่อการค้า ขาย มีไว้เพื่อขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร หรือนำผ่าน ซึ่งปุ๋ยเคมี เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และสำหรับกรณีผู้ผลิตและผ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 21
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 21 ให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าปฏิบัติดังนี้ (1) จัดให้มีป้ายไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคาร แสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า ลักษณะ ขนาดของ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 30
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 30 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย มีไว้เพื่อขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งปุ๋ยเคมี ต่อไปนี้ (1) ปุ๋ยเคมีปลอม (2) ปุ๋ยเคมีผิดมาตรฐาน (3) ปุ๋ยเคมีเสื่อมคุณภาพ เว้นแต่กรณี ตา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 32
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 32 ปุ๋ยเคมีหรือวัตถุที่มีลักษณะต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นปุ๋ยเคมีปลอม (1) ปุ๋ยเคมีหรือวัตถุที่ทำเทียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อหรือสำคัญผิดว่าเป็นปุ๋ยเคมีแท้ (...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 35
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 35 ผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า หรือผู้รับใบอนุญาตนำหรือสั่งปุ๋ยเคมีเข้ามาในราชอาณาจักรผู้ใด ประสงค์จะผลิตหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งปุ๋ยเคมีชนิดอื่นใด นอก...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 57
พ.ศ. 2518 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 57 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 12 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 60
พ.ศ. 2518 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 60 ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดผลิต ขาย มีไว้เพื่อขาย นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร หรือนำผ่าน ซึ่งปุ๋ยเคมี ภายหลังที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วโดยมิได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องระวางโทษป...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 61
พ.ศ. 2518 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 61 ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง มาตรา 25 หรือมาตรา 42 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 63
พ.ศ. 2518 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 63 ผู้ใดขาย มีไว้เพื่อขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งปุ๋ยเคมีปลอมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 30 (1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงหนึ่...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518 มาตรา 71
พ.ศ. 2518 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 71 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 59 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 65 มาตรา 66 มาตรา 67 มาตรา 68 หรือมาตรา 69 เป็นนิติบุคคล ผู้ดำเนินกิจก...
ย่อสั้น
ตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 30 (1) (5) ถ้าเป็นปุ๋ยเคมีจะมีบทลงโทษตามมาตรา 63 และ 71 เป็นปุ๋ยอินทรีย์จะมีบทลงโทษตามมาตรา 72/4 ซึ่งมีโทษแตกต่างกัน บทบัญญัติดังกล่าวแยกการกระทำความผิดเกี่ยวกับปุ๋ยทั้งสองชนิดออกจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่ปุ๋ยเคมีที่จำเลยผลิต แม้จะเป็นคนละตรากันแต่จำเลยมีเจตนาเดียว ทั้งจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบก็ไม่ได้ความชัดเจนว่า จำเลยผลิตปุ๋ยดังกล่าวต่างวาระกันอย่างไร การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 3, 4, 12, 21, 21/2, 30, 32, 32/2, 35, 57, 60, 61, 63, 71, 72/4, 72/6 ริบของกลางทั้งหมดให้แก่กรมวิชาการเกษตรเพื่อทำลายเสียหรือจัดการตามที่เห็นสมควร จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 21/2 (1), 30 (5), 72/4 วรรคสอง ประกอบมาตรา 71 วรรคหนึ่ง, 61 วรรคสอง, 72/6 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ได้ขึ้นทะเบียนรวม 4 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 6 เดือน และปรับกระทงละ 10,000 บาท ฐานมิได้จัดให้มีป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ในที่เปิดเผย ลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 4,000 บาท รวมโทษจำคุก 2 ปี 3 เดือน และปรับ 44,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบปุ๋ยมูลค้างคาว จำนวน 100 กระสอบ ปุ๋ยอินทรีย์พลังเทอร์โบ ตรา KK จำนวน 600 กระสอบ ปุ๋ยตราลูกโลกทองคำ จำนวน 300 กระสอบ และปุ๋ยตราลูกสาวชาวไทย จำนวน 130 กระสอบ รวมทั้งสิ้น 1,130 กระสอบ กระสอบปุ๋ยของกลางจำนวน 120,000 ใบ ให้แก่กรมวิชาการเกษตรเพื่อทำลายเสียหรือจัดการตามที่เห็นสมควร ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 12 (1) (3) วรรคหนึ่ง, 30 (1) (5), 32 (5), 32/2 (5), 35, 57, 63 วรรคหนึ่ง, 71 วรรคหนึ่ง, 72/4 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าปลอม ฐานผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และฐานผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าปลอม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี ความผิดฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้าปลอม ฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้าที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 6 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วเป็นจำคุก 10 ปี 15 เดือน และไม่ปรับจำเลย (ที่ถูก ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายฐิติพงษ์ นักวิชาการเกษตรได้ร่วมกับร้อยตำรวจโทธนกฤติ รองสารวัตรสืบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง ผู้บริโภค ได้ร่วมกันจับกุมจำเลยซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทลำพญา เพาเวอร์ เฟอท จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้า ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 สถานที่ผลิตจังหวัดนครปฐม พร้อมตรวจยึดปุ๋ยตราปุ๋ยมูลค้างคาว 100 กระสอบ ปุ๋ยอินทรีย์พลังเทอร์โบ ตรา KK 600 กระสอบ ปุ๋ยตราลูกโลกทองคำ 300 กระสอบ และปุ๋ยตราลูกสาวชาวไทย 130 กระสอบ รวมทั้งสิ้น 1,130 กระสอบ เป็นของกลาง นายฐิติพงษ์ได้เก็บตัวอย่างปุ๋ยทั้งสี่ชนิดตามคู่มือการเก็บปุ๋ยเม็ด เพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการกรมวิชาการเกษตร สำหรับความผิดฐานมิได้จัดให้มีป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ในที่เปิดเผย ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 30 (1) (5) หากเป็นปุ๋ยเคมีจะมีบทลงโทษตามมาตรา 63, 71 เป็นปุ๋ยอินทรีย์จะมีบทลงโทษตามมาตรา 72/4 ซึ่งมีโทษแตกต่างกัน บทบัญญัติดังกล่าวแยกการกระทำความผิดเกี่ยวกับปุ๋ยทั้งสองชนิดออกจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่ปุ๋ยเคมีที่จำเลยผลิตแม้จะเป็นคนละมาตรากัน แต่จำเลยมีเจตนาเดียว ทั้งจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบก็ไม่ได้ความชัดเจนว่า จำเลยผลิตปุ๋ยดังกล่าวต่างวาระกันอย่างไร การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียว การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ก็เช่นเดียวกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน อนึ่ง ความผิดฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปลอมเพื่อการค้า มีอัตราโทษขั้นต่ำ 1 ปี 3 เดือน ตามมาตรา 72/4 วรรคสอง ประกอบมาตรา 63 วรรคหนึ่ง แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก 6 เดือน ซึ่งต่ำกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนด เมื่อโจทก์มิได้ฎีกา จึงไม่อาจแก้ไขโทษ เพราะจะเป็นการเพิ่มโทษจำเลยซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า และฐานผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 12 (1), 30 (1) (5) ประกอบมาตรา 32 (1), 57, 63 วรรคหนึ่ง, 71 วรรคหนึ่ง, เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้าซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่กระทงเดียว จำคุก 5 ปี และมีความผิดฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปลอมเพื่อการค้า และฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อการค้าที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 30 (1) (5) ประกอบมาตรา 32/2 (1), 35, 72/4 วรรคสอง ประกอบมาตรา 63 วรรคหนึ่ง และมาตรา 71 วรรคหนึ่ง, เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปลอมเพื่อการค้าซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่กระทงเดียว จำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุกฐานมิได้จัดให้มีป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ในที่เปิดเผยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 5 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15731/2558 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ เรือเอกสรวุฒิ พุ่มแก้ว จำเลย ป.อ. ม. 90 , ม. 91 พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 ม. 30 , ม. 63 , ม. 71 , ม. 72/4