ฎีกาที่ 2103/2522
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
แม้จะได้ความว่าการเช่านาพิพาทไม่มีสัญญาเช่าเป็นหนังสือต่อกัน แต่การที่เจ้าของนายินยอมให้ใช้นาเพื่อทำนาโดยได้รับค่าเช่านา ก็ถือได้ว่า เป็นการเช่านาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 4เมื่อผู้เสียหายเช่านาพิพาทจากจำเลยผู้เสียหายจึงเป็นผู้ครอบครองนาพิพาท การที่จำเลยเข้าไปไถหว่านข้าวในนาพิพาท จึงเป็นการเข้าไปรบกวนการครอบครอง ของผู้เสียหาย เป็นความผิดฐาน บุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลย บุกรุก เข้าไปทำนาไถหว่านในที่นาแปลงที่ผู้เสียหายมีสิทธิครอบครองเพราะการเช่า และได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 อันเป็นการรบกวนการครอบครองของผู้เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ลดโทษหนึ่งในสามเพราะคำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคงจำคุก 3 เดือน ปรับ 300 บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด2 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายเช่านาพิพาทจากจำเลยมาก่อนเกิดเหตุ 3-4 ปี ครั้น พ.ศ. 2519 จำเลยได้เข้าไถหว่านข้าวในนาพิพาทผู้เสียหายจึงไปร้องเรียนต่อนายยงยุทธปลัดอำเภอหนองโดน ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการควบคุมการเช่านา ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 นายยงยุทธไกล่เกลี่ยแล้วตกลงกันไม่ได้ผู้เสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลย ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมิได้ฟังข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายเช่านาจำเลยทำ เพียงแต่ฟังว่านาพิพาทเป็นของจำเลย และให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องภริยาจำเลยทำอยู่ 3-4 ปีเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าผู้เสียหายเช่านาพิพาทจากจำเลย จึงเป็นการวินิจฉัยคลาดเคลื่อนนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าศาลอุทธรณ์ มิได้วินิจฉัยคลาดเคลื่อนดังที่จำเลยฎีกา เพราะในชั้นสอบสวนจำเลยก็ได้ให้การไว้อย่างชัดแจ้งว่าผู้เสียหายเช่านาพิพาทจากจำเลยโดยคิดค่าเช่าเป็นข้าวแบ่งครึ่งกันปรากฏตามเอกสารหมาย จ.7แม้จะได้ความว่าการเช่านาพิพาทจะไม่มีสัญญาเช่าต่อกันก็ดี แต่การที่เจ้าของนายินยอมให้ใช้นาเพื่อทำนาโดยได้รับค่าเช่า ก็ถือว่าเป็นการเช่านาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 4 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหายเช่านาพิพาทจากจำเลย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้ครอบครองนาพิพาท การที่จำเลยเข้าไปไถหว่านข้าวในนาพิพาทจึงเป็นการเข้าไปรบกวนการครอบครองของผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2522 พนักงานอัยการสระบุรี โจทก์ นายถุง เปี่ยมจิตร จำเลย ป.อ. ม. 362 พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม. 4