ฎีกาที่ 2115/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 4
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ในพระราชบัญญัตินี้ “นา” หมายความว่า ที่ดินซึ่งโดยสภาพใช้เป็นที่เพาะปลูกข้าวหรือพืชไร่ “พืชไร่” หมายความว่า พืชซึ่งต้องการน้ำน้อยและมีอายุสั้นหรือสามารถเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ภายในสิบ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 28
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ในการเช่านา ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นการข่มขู่หรือขืนใจให้ผู้เช่านาต้องชำระค่าเช่านาก่อนเสร็จฤดูการทำนา (2) เรียกเก็บเงินมัดจำหรือเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 45
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเรียกหรือรับค่าเช่านาเกินอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอกำหนด หรือแสดงรายการปรับปรุงนาตามมาตรา 21 อันเป็นเท็จ หรือฝ่าฝืนมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 46
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
การเช่านารายใดซึ่งได้ทำไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาต่ำกว่าหกปี ให้การเช่านารายนั้นมีกำหนดหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแ...
ย่อสั้น
ผู้เสียหายได้เช่านาจำเลยก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ.2517 ใช้บังคับ ไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าต่อกันและไม่ได้กำหนดเวลาเช่า เมื่อพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ.2517 ใช้บังคับแล้ว ผู้เสียหายจึงมีสิทธิในการเช่านามีกำหนด 6 ปีนับตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม2517(วันถัดจากวันประกาศใช้พระราชกิจจานุเบกษา) และเมื่อผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เช่านา ย่อมมีสิทธิครอบครองนาที่เช่าโดยผลแห่งกฎหมายนั้น การเช่าจะยุติหรือสิ้นผลก็ต่อเมื่อผู้เช่า (ผู้เสียหาย) ไม่ประสงค์จะเช่าต่อไปหรือผู้ให้เช่าใช้สิทธิบอกเลิกเมื่อมีเหตุตามมาตรา 32 เท่านั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าผู้เสียหายเช่านาจำเลยก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 ใช้บังคับ โดยมีกำหนดเวลาเช่าต่ำกว่า 6 ปีเมื่อพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับแล้ว ผู้เสียหายยังประสงค์จะเช่านาต่อไป แต่จำเลยเข้าถือการครอบครองที่ดินที่ให้ผู้เสียหายเช่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 28, 45 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบผู้เสียหาย 1 ปากแล้วสั่งงดสืบพยาน โดยวินิจฉัยว่า กรณีไม่ใช่เป็นเรื่อง บุกรุก หรือเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายได้รับประโยชน์จากนาที่เช่าลดน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในการเช่า หรือน้อยกว่าสิทธิที่ผู้เช่านามีอยู่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 28, 45 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้เสียหายเช่านาจำเลยก่อนพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน และมิได้กำหนดเวลาเช่า ซึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 46บัญญัติว่าการเช่านาซึ่งกระทำไว้ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าไม่มีกำหนดเวลาหรือกำหนดเวลาต่ำกว่า 6 ปี ให้การเช่านารายนั้นมีกำหนด 6 ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้เช่านาไม่ประสงค์จะเช่านาต่อไป ผู้เสียหายจึงมีสิทธิในการเช่านามีกำหนด 6 ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาใช้บังคับ และเมื่อผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เช่านาผู้เสียหายย่อมมีสิทธิครอบครองนาที่เช่าโดยผลแห่งกฎหมายนั้น การเช่าจะยุติหรือสิ้นผลก็ต่อเมื่อผู้เช่าคือผู้เสียหายไม่ประสงค์จะเช่าต่อไปหรือผู้ให้เช่าใช้สิทธิบอกเลิกเมื่อมีเหตุตามมาตรา 32เท่านั้น จึงควรฟังข้อเท็จจริงต่อไป ไม่ควรด่วนวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2115/2519 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์ ขลิบปั้น จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม. 4 , ม. 32 , ม. 45 , ม. 46 ป.วิ.พ. ม. 243 , ม. 247 ป.วิ.อ. ม. 15