ฎีกาที่ 873/2504
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การฟ้องความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ไม่จำต้องบรรยายว่า รับไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของร้ายอย่างในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321 ฉะนั้น เมื่อโจทก์บรรยายเพียงว่าจำเลยบังอาจรับทรัพย์ของผู้เสียหายซึ่งถูกลักไปนั้นไว้จากคนร้ายผู้ได้ทรัพย์นั้นมาในการทำผิดฐาน ลักทรัพย์ ดังนี้ ก็ครบองค์ความผิดและชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว เพราะการทำความผิดฐานนี้ต้องประกอบด้วยเจตนาตามมาตรา 59อยู่แล้ว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 20/2504)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน ลักทรัพย์ หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357 คืนรถจักรยานของกลางแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดแม่สอดพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรให้จำคุก 6 เดือน คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยว่า "จำเลยรับรถจักรยานไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นรถที่ได้มาจากการกระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญแห่งความผิดฐานรับของโจร จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ คืนของกลางแก่เจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ปรึกษาในที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรมีว่า "จำเลยบังอาจรับรถจักรยานของนายผจญ ทัศนสุวรรณซึ่งถูกคนร้ายลักเอาไปไว้จากคนร้ายซึ่งได้รถนั้นมาโดยการกระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ " นั้น ได้ความครบถ้วนตามองค์แห่งความผิดฐานรับของโจร มาตรา 357 แล้วความผิดฐานนี้มีองค์ประกอบการรู้ว่าเป็นของร้ายอยู่ในตัวแล้วเพราะต้องประกอบด้วยเจตนาตามมาตรา 59 อยู่แล้ว ฉะนั้นแม้โจทก์จะมิได้บรรยายในฟ้องตามแบบอย่างแต่เดิมว่ารับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ก็เป็นการเพียงพอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) ข้อที่ว่าจำเลยกระทำความผิดนี้โดยเจตนานั้น เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบต่อไป จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2504 อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นายเจริญ สุจริตจันทร์ จำเลย ป.อ. ม. 59 , ม. 357 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 321 , ม. 43 ป.วิ.อ. ม. 158 (5)