ฎีกาที่ 709/2503
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 254
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมิได้มีเจตนาจะฆ่าให้ตาย แต่มันทำแก่เขาถึงบาดเจ็บทุพพลภาพก็ดี หรือทำให้เขาถึงจิตต์จริตก็ดี ท่านว่ามันมีความผิดฐานประทุษฐร้ายแก่ร่างกาย ต้องรวางโทษจำคุกไม่เกินกว่าสองปี แลให้ปรั...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 335
พ.ศ. 2479 · effective_date
ความผิดลหุโทษ ในฐานกระทำให้เกิดภยันตรายแก่สาธารณชน แลให้สาธารณชนปราศจากความศุขสบาย (1) ผู้ใดส่งเสียงอื้อฉาวขึ้นในเวลากลางคืนโดยใช่เหตุ แลมิชอบด้วยกฎหมาย จนอาจจะพาให้เกิดความตกใจวุ่...
ย่อสั้น
จำเลยต้องโทษฐาน ลักทรัพย์ ศาลจำคุก 6 เดือนต่อมาจำเลยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงานและเมาสุราศาลรวมกะทงลงโทษจำคุก 1 ปีแต่ฐานทำร้ายร่างกายนั้นศาลวางโทษจำคุก 4 เดือนความผิดฐานทำร้ายร่างกายจึงนำมากักกันจำเลยไม่ได้คงเหลือโทษฐาน ลักทรัพย์ ครั้งเดียวที่เป็นโทษฐานที่ระบุไว้ในมาตรา 41 ประมวลกฎหมายอาญาและมีกำหนดโทษจำคุกถึง 6 เดือนศาลจึงมีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 14 ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควรศาลจึงอาจสั่งให้ยกเลิกการกักกันให้จำเลยได้
ย่อยาว
คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยเสพย์สุราอาละวาดและทำร้ายร่างกายเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 254, 335(13) ให้รวมกระทงลงโทษจำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษตามมาตรา 72 อีก 1 ใน 3 จำคุก 8 เดือนกับให้ลงโทษกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 4, 8, 9อีก 3 ปี คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกโทษกักกันโดยมีประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ ศาลอาญามีคำสั่งว่าโทษกักกันได้เปลี่ยนมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15 แล้วตามรูปคดีจำเลยยังไม่อาจได้รับผลตามมาตรา 24 15 ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยต้องโทษฐาน ลักทรัพย์ จำคุก6 เดือน พ้นโทษแล้วต้องโทษฐานฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุราจำคุก 1 ปี นอกนี้ไม่เข้าเกณฑ์ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 แต่โทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุรานั้นจำเลยถูกศาลพิพากษาเรียงกระทง เฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายศาลจำคุก 4 เดือน โทษครั้งนี้จึงนำมากักกันจำเลยไม่ได้คงเหลือฐาน ลักทรัพย์ ครั้งเดียว จึงพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ยกเลิกการกักกันคดีนี้เสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้มีแต่โทษ ลักทรัพย์ ครั้งเดียวที่เป็นโทษในฐานที่ระบุไว้ในมาตรา 41 และมีกำหนดโทษจำคุกถึง 4 เดือน ศาลจึงมีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14 ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร ที่ศาลอุทธรณ์สั่งยกเลิกการกักกันให้จำเลยเสียชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2503 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายแคะ หรือเพชร แตงทอง หรือแตนทอง จำเลย ป.อ. ม. 14 , ม. 41 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479