ฎีกาที่ 1260/2500
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 318
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเก็บของตกของหายได้ก็ดี หรือมันได้ทรัพย์แผ่นดินก็ดี ถ้าแลมันยักยอกเอาทรัพย์นั้นไว้ ไม่กระทำตามกฎหมาย ที่บังคับไว้สำหรับการนั้นไซร้ ท่านว่ามันต้องรวางโทษถึงอัตราฐานยักยอกอันต้อง...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 321
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดรู้อยู่ว่าทรัพย์อย่างใดใด เป็นของได้มาโดยการกระทำความผิดต่อกฎหมาย ถ้าแต่มันกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) มันซื้อ หรือรับแลกเปลี่ยน หรือรับจำนำทรัพย์นั้น...
ย่อสั้น
โจทก์กล่าวฟ้องใจความว่าโคของเจ้าทรัพย์เพริดไปเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 ตอนกลางวันครั้นตกเวลากลางคืนในวันเดียวกันนั้นเองปรากฏว่าจำเลยมีโคตัวนั้นไว้ในความครอบครองโดยในระยะเวลาระหว่าง 2 ตอนดังกล่าวนั้นจำเลยจับโคที่เพริดไปนั้นได้เองแล้วกลับยักยอกเอาไว้เสียโดยทุจริตหรือรับของโจรโคตัวนั้นไว้ เช่นนี้เป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุมเพราะโจทก์บรรยายการกระทำและรายละเอียดชัดเจนพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจได้ดีอยู่แล้ว ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5) และความผิดฐานยักยอกของหายในลักษณะเช่นนี้กับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกันอยู่เช่นเดียวกันกับความผิดฐาน ลักทรัพย์ กับความผิดฐานรับของโจร ซึ่งย่อมฟ้องได้ในลักษณะทำนองเดียวกันนี้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องกล่าวความว่าเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 เวลากลางวัน โคผู้สีแดง 1 ตัวราคา 500 บาท ของนายพรม การประสพได้พลัดเพริดหายไปติดตามหาไม่พบ เหตุเกิดที่ตำบลม่วงนา อำเภอ เมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 นั้นเองเวลากลางคืน หลังจากโคของเจ้าทรัพย์ได้หายไปแล้ว ได้มีผู้พบเห็นจำเลยนี้มีโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครอง ทั้งนี้โดยจำเลยบังอาจสมคบกันยักยอกเอาโคของเจ้าทรัพย์ดังกล่าวแล้วไว้เป็นอาญาประโยชน์ของจำเลยเสีย หาได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ หรือมิฉะนั้นตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 เวลากลางวันจนถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 เวลากลางคืนซึ่งมีผู้พบเห็นจำเลยมีโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครอง จำเลยบังอาจสมคบกันรับเอาโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครองโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เหตุทั้งนี้เกิดที่ตำบลม่วงนา อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสิทธุ์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 318,321 จำเลยปฏิเสธและต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ขัดกันในตัวเอง จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้ ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายการกระทำและรายละเอียดไว้ชัดและไม่ขัดแย้งกัน พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่มีทางที่จำเลยจะหลงเข้าใจฟ้องผิดเลย อนึ่ง ความผิดฐานยักยอกเก็บของตกกับฐานรับของโจรนั้นเป็นความผิดซึ่งเกี่ยวเนื่องกันอาจฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันได้ตามฎีกาที่ 467/2491 จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกาว่า ฟ้องเคลือบคลุม ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องฉบับนี้ได้บรรยายการกระทำและรายละเอียดชัดเจนพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีอยู่แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(2) และความผิดฐานยักยอกของหายในลักษณะเช่นนี้ กับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกันอยู่เช่นเดียวกันกับความผิดฐาน ลักทรัพย์ กับความผิดฐานรับของโจรซึ่งย่อมฟ้องได้ในลักษณะทำนองเดียวกันนี้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2500 อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ นายบุญมา การผุด กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) กฎหมายลักษณะอาญา ม. 318 , ม. 321