ฎีกาที่ 314/2498
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 293
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ลักทรัพย์เขาในเวลากลางคืนก็ดี (2) ลักทรัพย์เขา โดยปีนบ่าย หรือตัดช่องเข้าไปลักภายในบริเวณ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 294
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) เข้าไปลักทรัพย์ถึงในเคหะสถาน ที่เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้มันเข้าไปก็ดี (2) ลักทรัพย์ในสถาน...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 321
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดรู้อยู่ว่าทรัพย์อย่างใดใด เป็นของได้มาโดยการกระทำความผิดต่อกฎหมาย ถ้าแต่มันกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) มันซื้อ หรือรับแลกเปลี่ยน หรือรับจำนำทรัพย์นั้น...
ย่อสั้น
เจตนาของผู้กระทำผิดฐาน รับของโจร นั้นต้องดูตามพฤติการณ์ทั่วๆ ไปประกอบกัน เมื่อได้ความว่าจำเลยซื้อนาฬิกาของกลางไว้ในราคาถูกประการหนึ่ง ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยก็รับว่าได้รับซื้อไว้โดยรู้ในขณะนั้น(ขณะซื้อ) ว่าเป็นของที่ถูกลักมาพฤติการณ์ต่างๆ เหล่านี้ประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยรับของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย จึงผิดตามมาตรา 321
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันลักนาฬิกาของกลางหรือรับไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษ นายเปื้อมจำเลยรับว่าได้ลักทรัพย์ในเคหสถานตามฟ้อง นายเพียรจำเลยว่าได้ซื้อนาฬิกาของกลาง 6 เดือนไว้จากจำเลยที่ 1 โดยไม่รู้ว่าเป็นของร้าย เพิ่งมารู้ภายหลังเมื่อถูกจับกุม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายเปื้อมจำเลยผู้เดียวมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 293, 294 แต่นายเปื้อมเป็นเด็กอายุเพียง 13 ปีเศษ ให้เรียกบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนไว้มีกำหนด 2 ปี ผิดทัณฑ์บนปรับ 200 บาท มิฉะนั้นให้ส่งตัวไปโรงเรียนฝึกอบรมมีกำหนด 2 ปี ให้ยกฟ้องสำหรับนายเพียรจำเลยเสีย ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษนายเพียรจำเลยฐาน รับของโจร ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า นายเพียรจำเลยที่ 2 มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 321 ให้จำคุก 1 ปี ปรานีลดให้ตามมาตรา 59 หนึ่งในสามคงให้จำคุกไว้ 8 เดือน นอกนั้นคงยืน นายเพียรจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยได้รับของกลางไว้โดยรู้แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ต้องดูพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไปประกอบกันเพื่อสอดส่องให้เห็นเจตนาของจำเลยเรื่องนี้ได้ความว่านายเพียรจำเลยซื้อในราคาถูกประการหนึ่ง ทั้งในชั้นสอบสวนนายเพียรจำเลยก็ให้การรับสารภาพว่าได้รับซื้อไว้โดยรู้ในขณะนั้นว่าเป็นของที่ถูกลักมา พฤติการณ์ต่าง ๆ ประกอบกันเพียงพอให้ฟังว่า นายเพียรจำเลยได้รับนาฬิกาของกลางนี้ไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2498 อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายเปื้อม ที่ 1 นายเพียร ที่ 2 จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 321