ฎีกาที่ 700/2497
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักแชลก (ครั่งเม็ด) และ รับของโจร แล้วมีความในวงเล็บว่าครั่งเม็ด แต่นำสืบว่าครั่งเม็ดหาย จำเลยเป็นผู้ลักและ รับของโจร ดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ใช้ถ้อยคำในฟ้องให้เข้าใจโดยมีความในวงเล็บว่า ครั่งเม็ดไม่มีทางจะรับฟังไปได้ว่าครั่งเม็ดของกลางไม่ใช่แชลกตามฟ้องของโจทก์ ฟ้องว่าลักทรัพย์ รับของโจร เมื่อได้ความว่าทรัพย์รายนั้นได้ถูกลักไป แม้ว่าจะไม่ได้ตัวผู้ลักทรัพย์มาลงโทษตามกฎหมาย ก็ลงโทษผู้ รับของโจร ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 3 ว่าลักแชลก (ครั่งเม็ด) จำเลยที่ 4 รับของโจร จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ 4 ฐาน รับของโจร ปล่อยจำเลยที่ 1, 2 จำเลยที่ 3, 4 อุทธรณ์ คดีสำหรับตัวจำเลยที่ 1, 2 เป็นอันยุติถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3 นอกนั้นยืน โจทก์และจำเลยที่ 4 ฎีกา สำหรับจำเลยฎีกาในข้อกฎหมาย 2 ข้อคือ (1) ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมโดยเขียนฟ้องว่าแชลก แล้ววงเล็บข้อความไว้ว่าครั่งเม็ดซึ่งสิ่งของสองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ (2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่ 1,2, 3 แล้วจึงไม่มีจำเลยผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้ลักทรัพย์ดังโจทก์ฟ้อง และผู้สมคบอีกคนหนึ่งก็จับตัวไม่ได้ไม่ได้มีการพิจารณาถึง เมื่อโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีผู้ร้ายได้ลักของไปเช่นนี้ คดีจึงลงโทษจำเลยที่ 4 ฐาน รับของโจร ไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาข้อ (1) นั้น ความจริงจำเลยที่ 4 มิได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลล่างมาชัดแจ้ง จำเลยที่ 4 ต่อสู้ไปในทางว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมหาได้วินิจฉัยชี้ขาดตรงตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 4 ไม่ อย่างไรก็ดีฟ้องของโจทก์ที่กล่าวว่าแชลกแล้วมีความในวงเล็บว่าครั่งเม็ดนั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าครั่งเม็ดได้ถูกลักไปก็ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ดังนี้เท่ากับชี้ขาดว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมนั่นเอง ในปัญหาข้อ (2) นั้น ได้ความแล้วว่าทรัพย์รายนี้ได้ถูกลักไปแม้หากจะไม่ได้ตัวผู้ลักทรัพย์มาลงโทษตามกฎหมาย ศาลก็ยังลงโทษผู้ รับของโจร ได้ ฎีกาของจำเลยทั้ง 2 ข้อฟังไม่ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2497 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายไสว เกิดสว่าง ที่ 1 นายชนิด เสนีย์วงษ์ ที่ 2 พันจ่าอากาศเอกพื้น ศรเพ็ชร ที่ 3 นายจรูญ ยิ่งสวัสดิ์ ที่ 4 จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 321 ป.วิ.อ. ม. 158 (5)