ฎีกาที่ 395/2496
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 293
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ลักทรัพย์เขาในเวลากลางคืนก็ดี (2) ลักทรัพย์เขา โดยปีนบ่าย หรือตัดช่องเข้าไปลักภายในบริเวณ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 294
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) เข้าไปลักทรัพย์ถึงในเคหะสถาน ที่เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้มันเข้าไปก็ดี (2) ลักทรัพย์ในสถาน...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 321
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดรู้อยู่ว่าทรัพย์อย่างใดใด เป็นของได้มาโดยการกระทำความผิดต่อกฎหมาย ถ้าแต่มันกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) มันซื้อ หรือรับแลกเปลี่ยน หรือรับจำนำทรัพย์นั้น...
ย่อสั้น
ฟ้องบรรยายว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7พฤศจิกายน2494 คนร้ายได้ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปต่อมาวันที่ 7 เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน จับของกลางได้ที่ลิ้นชักตู้ของจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์นั้นมา หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับเอาทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ไว้จากโจรโดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293,294,321คงถือได้ว่า ฟ้องดังกล่าวได้มีวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำผิดไว้แล้วเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494คนร้ายได้เข้าไปในห้องเรือนเคหะสถานของพลทหารทนง ทองอินทร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ลักทรัพย์ต่าง ๆ ของพลทหารทนงซึ่งเก็บไว้ในเคหะสถานนั้นไปหลายอย่าง ตามบัญชีท้ายฟ้องรวมราคา 8,157 บาทต่อมาในวันที่ 7 เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน เจ้าทรัพย์และเจ้าพนักงานตำรวจค้นได้เข็มทิศ 1 อัน ฯลฯ ได้จากลิ้นชักตู้ของจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกสมคบกันลักทรัพย์ทั้งหมดนั้นมา หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับเอาทรัพย์ดังกล่าวแล้วไว้จากโจร โดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 321 จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามฟ้องยังเข้าใจไม่ได้ว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือ รับของโจร เมื่อวันเดือนปีใด จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์แบ่งการกล่าวหาออกเป็น 2 ระยะคือระยะแรกหาว่า ระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494 เวลาค่ำคืนจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์รายนี้ ในระยะที่ 2 คือเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494 ซึ่งอยู่ในระยะเวลาที่คนร้ายลักเอาทรัพย์ไปจนถึงวันที่ 7พฤศจิกายน 2494 เวลากลางวัน ซึ่งจับของกลางได้จากโต๊ะของจำเลยนั่นเอง เป็นวันเวลาที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยได้ รับของโจร ฉะนั้นฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ ได้มีวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำผิดไว้แล้ว ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้แยกข้อหาออกให้เห็นได้ชัดแล้วจึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2496 อัยการลพบุรี โจทก์ นายสว่าง ชื่นชมบุญ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 293 , ม. 294 , ม. 321