ฎีกาที่ 515/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 41
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าผู้ที่ต้องคำพิพากษา ให้รับอาญาจำคุกเพียงปีหนึ่งก็ดี หรือไม่ถึงปีหนึ่งก็ดี เป็นคนยังไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดมาแต่ก่อน ท่านให้ศาลวินิจฉัยดู ถ้าเห็นสมควรจะสั่งในคำพิพา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 42
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อศาลได้สั่งให้รอการลงอาญาผู้ใดไว้ ตามความที่กล่าวมาในมาตรา 41 แลผู้นั้นประพฤติตัวดี ไม่กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ที่ว่าไว้ในภาคที่ 2 ตั้งแต่ส่วนที่ 1 จนถึงส่วนที่ 8 ตลอดเวล...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 306
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าผู้ใดกระทำการฉ้อโกง โดยอุบายอย่างหนึ่งอย่างใด เช่นว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ปลอมตัวเป็นคนอื่นก็ดี (2) แกล้งแสดงตนว่าเป็นคนใช้วิทยาคมได้ก็ดี (3) แกล้งปกปิดความที่ได้เอาทรัพย์อย่...
ย่อสั้น
ผู้ที่รับซื้อฝากร้านค้าไว้จนหลุดเป็นสิทธิของตนแล้วได้ร่วมคิดกับผู้ขายฝากเอาร้านค้านั้นไป จำนอง ผู้เสียหายอีกและพูดรับรองว่า ร้านค้านั้นไม่ได้ จำนอง หรือขายฝากไว้กับผู้ใด ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงรับ จำนอง ไว้ และชำระเงินให้ผู้รับซื้อฝาก ดังนี้ถือว่าผู้รับซื้อฝากสมคบกับผู้ จำนอง ฉ้อโกงผู้เสียหาย เมื่อโจทก์ถอนฟ้องไม่ดำเนินคดีเอาโทษฐานฉ้อโกงแก่ผู้ จำนอง ซึ่งกระทำผิดและปรากฏว่าผู้รับซื้อฝาก ซึ่งร่วมกระทำผิดด้วยเป็นหญิงมีบุตรอ่อนเห็นควรให้รอการลงอาญาแก่ผู้รับซื้อฝากตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 41,42, ได้
ย่อยาว
ความว่า จำเลยที่ 2 กับพวกพาจำเลยที่ 1 ไปหาหลวงทรงฯ ที่บ้านขอ จำนอง ร้านกาแฟเป็นเงิน 15,000 บาท จำเลยที่ 2 รับรองต่อหลวงทรงว่า ร้านกาแฟของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ จำนอง หรือขายฝากไว้กับผู้ใด หลวงทรงฯ หลงเชื่อจึงรับ จำนอง จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับเงินจากหลวงทรงฯ และภริยา ร้านกาแฟของจำเลยที่ 1 นี้ความจริงจำเลยที่ 2 ได้รับซื้อฝากไว้จากจำเลยที่ 1 และครบสัญญาหลุดเป็นสิทธิของจำเลยที่ 2 ก่อนนำมา จำนอง หลวงทรงฯ แล้ว โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันฉ้อโกงหลวงทรงฯ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่โจทก์นำสืบยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 สมคบกับจำเลยที่ 1 ด้วย ส่วนจำเลยที่ 1 ผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 306 จำคุก 6 เดือนกับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นว่า จำเลยที่ 2 ต้องการเงิน จึงสมคบกับจำเลยที่ 1 ไปหลอกลวงฉ้อโกงหลวงทรงฯ พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยที่สอง 6 เดือน ตามมาตรา 306 และให้ช่วยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ระหว่างอุทธรณ์โจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 เสีย นางสวงจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 ต้องมีความผิดแต่ตามรูปคดีหลวงทรงฯ ผู้เสียหายเลิกดำเนินคดีเอาโทษแก่จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นหญิงมีบุตรยังเล็กอยู่ยังไม่ควรลงอาญาจำคุกไปไปทีเดียว พิพากษาแก้ ให้รอการลงอาญาแก่จำเลยที่ 2 ตามมาตรา 41, 42 นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2493 พนักงานอัยการกรมอัยการ และหลวงทรงสารการ เจ้าทุกข์ โจทก์ นายชม บูรณะภักดี ที่ 1 นางสวง ชำนาญกิจ ที่ 2 จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 306 , ม. 63 , ม. 41 , ม. 42