ฎีกาที่ 1801/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 301
พ.ศ. 2478 · effective_date
ถ้าคนตั้งแต่สามคนด้วยกันขึ้นไป และมันมีศาสตราวุธแม้แต่คนเดียวก็ดี กระทำการชิงทรัพย์ ท่านว่ามันมีความผิดฐานเป็นโจรปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไปจนถึงสิบห้าปี ถ้าในกา...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 321
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดรู้อยู่ว่าทรัพย์อย่างใดใด เป็นของได้มาโดยการกระทำความผิดต่อกฎหมาย ถ้าแต่มันกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) มันซื้อ หรือรับแลกเปลี่ยน หรือรับจำนำทรัพย์นั้น...
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นสองฐาน คือฐานปล้นทรัพย์หรือฐาน รับของโจร ขอให้ลงโทษจำเลยฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้กระทำผิดฐาน รับของโจร เต็มตามฟ้องแล้ว โจทก์จะขอให้พิจารณาความผิดฐานปล้นทรัพย์อีกไม่ได้ ศาลย่อมสั่งงดสืบพยานและพิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐาน รับของโจร ได้ทีเดียว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นสองฐาน คือฐานปล้นทรัพย์หรือฐาน รับของโจร ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301, 321, 322 จำเลยให้การรับสารภาพฐาน รับของโจร โจทก์ขอสืบพยาน ศาลชั้นต้นสั่งงด แล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐาน รับของโจร จำคุก 4 เดือน ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามมาตรา 59 คงจำคุก 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ เป็นการบรรยายถึงพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งในความผิดฐานปล้นทรัพย์และฐาน รับของโจร ก่อน แล้วจึงยืนยันว่าจำเลยกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์หรือ รับของโจร ฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพเต็มตามฟ้องโจทก์ในความผิดฐาน รับของโจร แล้วเช่นนี้โจทก์จะขอให้พิจารณาความผิดฐานปล้นทรัพย์อีกให้กลายเป็น ความผิดสองฐานย่อมไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ความผิดฐานปล้นทรัพย์นั้นต้องประกอบด้วยการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปด้วยอาการชิงทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ก็ดีฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2493 อัยการนครปฐม โจทก์ นายใบ อุนทุโร จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 , ม. 192 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 301 , ม. 321