มาตรา 139
(5) ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก วันออกจากราชการตาม (4) และ (5) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบก.ตร. การออกจากราชการของข้า ราชการตำรวจเฉพาะผู้ ที่ต้อ งรับราชการตามกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหาร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น มาตรา 134 ผู้ใดได้รับบรรจุเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ หากภายหลังปรากฏว่าขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 71 หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามมาตรา 69 ตั้ง แต่ ก่อ นได้ รับ การบรรจุ ให้ ผู้ มี อานาจตามมาตรา 105 สั่ง ให้อ อกจากราชการ แต่ ทั้ง นี้ ไม่ก ระทบกระเทือ นถึง การใดที่ ผู้ นั้น ได้ ปฏิ บั ติ ไปตามหน้ า ที่ และอานาจ และการรับ เงิน เดือ นหรือ ผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกนั้น และถ้าการเข้ารับราชการเป็นไป โดยสุจริต แล้ว ให้ ถือว่าเป็น การสั่งให้ ออกเพื่ อรับบาเหน็จบานาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วย บาเหน็จบานาญข้าราชการ มาตรา 135 ข้าราชการตำรวจผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้ยื่นหนังสือขอลาออก ต่อ ผู้ บัง คับ บัญ ชาเหนือ ขึ้น ไปชั้น หนึ่ง เพื่อ ให้ ผู้ มี อานาจตามมาตรา 105 หรือ ผู้ บัง คับ บัญ ชาอื่น ตามที่กำหนดในระเบียบก.ตร. เป็นผู้พิจารณาอนุญาต ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ ตำแหน่ง ทางการเมือง หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งหรือรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก นอกจากกรณีตามวรรคสอง ถ้าผู้มีอำนาจตามมาตรา 105 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่ กำหนดในระเบียบก.ตร. เห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน เก้าสิบวันนับแต่วันขอลาออกก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ถ้าผู้ขอลาออกมิได้ถอนใบลาออกก่อนครบกำหนด ระยะเวลาการยับยั้ง ให้ถือว่าการลาออกนั้นมีผลเมื่อครบกำหนดเวลาตามที่ได้ยับยั้งไว้ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจตามมาตรา 105 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบก.ตร. มิได้ยับยั้งตามวรรคสาม ให้การลาออกนั้นมีผลตั้งแต่วันขอลาออก หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการลาออก การพิจารณาอนุญาตให้ลาออก และการยับยั้ง การลาออกจากราชการ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบก.ตร. มาตรา 136 ผู้มีอำนาจตามมาตรา 105 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการ เพื่อรับบาเหน็จบานาญตามกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการได้ แต่ในการสั่งให้ออกจากราชการ เพื่อรับบาเหน็จบานาญเหตุทดแทน นอกจากให้ทาได้ในกรณีที่ระบุไว้ในมาตราอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือในกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการแล้ว ให้ทาได้ในกรณีดังต่อไปนี้ด้วย
(1) เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสม่าเสมอ
(2) เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดสมัครไปปฏิบัติงานใด ๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ
(3) เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดขาดคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 71 (1) หรือ (4) หรือ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎก.ตร.
(4) เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร. มาตรา 137 ข้ า ราชการตารวจผู้ ใดมีก รณี ถูก กล่ า วหาหรือ มี เหตุ อัน ควรสงสัย ว่ า หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม กับตำแหน่งในอันที่จะปฏิบัติหน้า ที่ราชการ และผู้บังคับบัญชาตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบเท่า ผู้กำกับการขึ้นไปเห็นว่ากรณีมีมูล ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มี อำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า ในการสอบสวนนี้จะต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุ ชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนาสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย เมื่อได้มีการสอบสวนแล้ว ถ้าคณะกรรมการหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าสมควรให้ออกจากราชการ ก็ให้ผู้สั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจตามมาตรา 105 เพื่อพิจารณาสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ เพื่อรับบาเหน็จบานาญเหตุทดแทนได้ ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาตามมาตรา 119 ในเรื่องที่จะต้องสอบสวนตามวรรคหนึ่ง และคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 119 ได้สอบสวนไว้แล้ว ผู้ มี อานาจตามวรรคหนึ่ง จะใช้ สานวนการสอบสวนนั้น มาพิ จารณาดาเนิน การโดยไม่ ต้อ งแต่ง ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่งก็ได้ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสอบสวนพิจารณา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎก.ตร. มาตรา 138 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และได้มี การสอบสวนตามมาตรา 119 แต่ไม่ได้ความแน่ชัดว่าผู้นั้นกระทำผิดที่จะถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก แต่ มีม ลทิน หรือ มัว หมองในกรณี ที่ ถูก สอบสวนนั้น หากจะให้ รับ ราชการต่อ ไปจะเป็น การเสีย หาย แก่ราชการ ก็ให้ ผู้มีอำนาจตามมาตรา 105 สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับบาเหน็จบานาญ เหตุทดแทนได้ มาตรา 139 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกจำคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ ซึ่ง ยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก หากจะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 105 สั่งให้ผู้นั้น ออกจากราชการเพื่อรับบาเหน็จบานาญเหตุทดแทนได้