มาตรา 37
มาตรา 37 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี แล้ว ให้ผู้ได้รับ คัดเลือกตามวรรคสองประชุมและเลือกกันเองเป็นประธานกรรมการก.พ.ค.ตร. คนหนึ่ง และกรรมการ และเลขานุการคนหนึ่ง แล้วเสนอให้นายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้ง ให้ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการของก.พ.ค.ตร. หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกกรรมการก.พ.ค.ตร. ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคัดเลือก กำหนด มาตรา 36 กรรมการก.พ.ค.ตร. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง
(4) (5) (6) (7) (8) (9) และ (10) และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใด
(2) ไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ
(3) ไม่เป็นกรรมการในองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐ
(4) ไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอย่างอื่น หรือดำรงตำแหน่งหรือประกอบการใด ๆ หรือ เป็นกรรมการในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ทั้งนี้ อันมีลักษณะเป็นการขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 37 ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการก.พ.ค.ตร. ผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24
วรรคหนึ่ง (10) หรือมาตรา 36 (1) (2) (3) หรือ (4) ผู้นั้นต้องลาออกจากการเป็นบุคคล ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามหรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้เลิกการประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพหรือ การประกอบการอัน มี ลั กษณะต้อ งห้ ามดัง กล่ า วต่อ ผู้ ช่ วยเลขานุการก.พ.ค.ตร. ภายในสิบ ห้ าวัน นับแต่วันที่ได้รับคัดเลือก ในกรณีที่ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการก.พ.ค.ตร. มิได้ลาออกหรือเลิกการประกอบอาชีพหรือ วิชาชีพหรือการประกอบการดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับ คัดเลือกเป็นกรรมการก.พ.ค.ตร. และให้ถือว่าผู้ที่ได้ รับเลือกเป็นรายชื่อสารองเป็นผู้ได้รับเลือกแทน และให้นาความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับเลือกแทนดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม แต่ระยะเวลาสิบห้าวัน ให้นับแต่วันที่ได้รับเลือกแทน