มาตรา 51
มาตรา 51 เมื่อความปรากฏต่อก.ร.ตร. ไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้ร้องเรียนหรือไม่ ว่า ข้ า ราชการตารวจผู้ ใดกระทาการหรือ ไม่ก ระทาการอัน มิชอบ หรือ มีค วามประพฤติห รือ ปฏิ บั ติ ไม่เหมาะสมและเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำรวจ กระทำผิดวินัย หรือละเมิดประมวลจริยธรรมและ จรรยาบรรณของตำรวจ ให้ก.ร.ตร. มีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริง โดยก.ร.ตร. จะดำเนินการไต่สวนเอง หรือ มอบหมายให้ ข้ าราชการตำรวจในสานั กงานจเรตารวจดำเนิน การแสวงหาข้อเท็จ จริงเบื้องต้น เพื่อรายงานต่อก.ร.ตร. ตามประเด็นที่ก.ร.ตร. กำหนด หรือในกรณีที่เห็นว่ามิใช่เรื่องที่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยตรง จะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยแล้วรายงานผลให้ก.ร.ตร. ทราบก็ได้ ในกรณีที่ก.ร.ตร. พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีไม่มีมูลให้สั่งยุติเรื่อง แต่ถ้าก.ร.ตร. วินิจฉัยว่า กรณีเป็นการกระทำผิดวินัย ให้ก.ร.ตร. ส่งสานวนการพิจารณาและคาวินิจฉัยพร้อมพยานหลักฐาน ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจเพื่อพิจารณาโทษโดยเร็วต่อไป โดยผู้บังคับบัญชาไม่ต้องดำเนินการสืบสวนหรือ สอบสวนอีก เว้น แต่ผู้บังคับบัญชามีพยานหลักฐานใหม่ที่แสดงได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้มีการกระทำ ความผิด ตามที่ กล่ าวหาหรือ กระทำความผิด ในฐานความผิด ที่ แตกต่า งจากที่ ถู กกล่ า วหา จะขอให้ก.ร.ตร. พิจารณาทบทวนก็ได้ โดยทาเป็นหนังสือพร้อมทั้งส่งพยานหลักฐานให้ก.ร.ตร. ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสานวนจากก.ร.ตร. แต่หากกรณีใดมีลักษณะเป็นการทุจริต ให้ก.ร.ตร. ส่ง สานวนพร้อ มพยานหลัก ฐานให้ค ณะกรรมการป้อ งกัน และปราบปรามการทุจ ริต แห่ง ชาติห รือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ แล้วแต่กรณี โดยในกรณีที่ก.ร.ตร. มีคาวินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยก.ร.ตร. จะสั่งให้ผู้บังคับบัญชา ของผู้ ถู กกล่า วหาดาเนิน การทางวิ นัย โดยไม่ต้อ งรอผลการพิ จารณาของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐก็ได้ และ ในกรณี ที่ เห็น ว่า เป็น การสมควรเพื่อ ระงับ ความเดือ ดร้อ นของประชาชนหรือ ป้ องกัน ความเสี ยหาย ต่อราชการ จะให้ผู้บังคับบัญชาสั่งพักราชการผู้นั้นไว้ก่อนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ และอำนาจสั่งพักราชการไว้จนกว่าการดำเนินการทางวินัยจะแล้วเสร็จ โดยให้ถือว่าการสั่งพักราชการ ดังกล่าวเป็นการสั่งพักราชการตาม