มาตรา 99
มาตรา 99 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีคุณวุฒิสูงขึ้นและมีสิทธิได้รับ เงินเดือนสูงขึ้นตามที่ก.ตร. กำหนด ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 95 เป็นผู้มีอำนาจสั่งเลื่อน มาตรา 90 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจหรือการแต่งตั้งข้าราชการ ตำรวจให้ดำรงตำแหน่งใด ผู้ได้รับการบรรจุหรือได้รับการแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามที่ก.ตร. กำหนดตามมาตรา 69 เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นและมิใช่เป็นตำแหน่งในกลุ่มสายงาน สืบ สวนสอบสวนก.ตร. อาจอนุ มัติให้ บรรจุ หรือ แต่งตั้งข้า ราชการตำรวจซึ่งไม่มี คุณ สมบัติเฉพาะ สำหรับตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ก็ได้ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งที่ไม่ต่ากว่าตำแหน่งเดิม เว้นแต่มีเหตุผลและความจำเป็นก.ตร. อาจอนุมัติให้แต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งที่ต่ากว่าตำแหน่งเดิมเป็นพิเศษเฉพาะรายได้ มาตรา 91 การสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสารองราชการในส่วนราชการใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม และโดยจะให้ขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิมหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้มี อำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้สั่งได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎก.ตร.
(1) ประธานก.ตร. ตามมติของก.ตร. สำหรับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(2) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสำหรับข้าราชการตำรวจทุกตำแหน่ง
(3) ผู้บัญชาการสำหรับข้าราชการตำรวจในกองบัญชาการหรือในส่วนราชการที่เรียกชื่อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ มาตรา 92 ห้ามมิให้สั่งให้ข้าราชการตำรวจที่สังกัดสถานีตำรวจตามมาตรา 13 ไปปฏิบัติ หน้าที่ในส่วนราชการอื่นที่มิใช่สถานีตำรวจ เว้นแต่ในคำสั่งนั้นจะสั่งให้ข้าราชการตำรวจอื่นมาปฏิบัติ หน้าที่นั้นแทนในสถานีตำรวจนั้น การสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญตามตำแหน่งที่ก.ตร. กำหนด ให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ซึ่งต้องเสนอก.ตร. เพื่อทราบและประกาศ ในราชกิจ จานุ เบกษา ทั้ง นี้ จะสั่ง ได้ เมื่อ ผู้ ดารงตาแหน่ง ดัง กล่ า วร้อ งขอโดยจะระบุ ตัว บุค คลมิได้ แต่ข้าราชการตำรวจที่ถูกสั่งนั้นต้องสมัครใจด้วย และเมื่อผู้ขอพ้นจากตำแหน่ง ให้สั่งให้ข้าราชการตำรวจ ที่ไปรักษาความปลอดภัยนั้นกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ผู้ขอพ้นจากตำแหน่ง แต่ถ้าผู้ขอเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและไม่เคยต้องคาพิพากษาอันถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก ถ้าผู้นั้นได้ร้องขอให้รักษาความปลอดภัยต่อไป จะสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปรักษา ความปลอดภัยผู้ขอนั้นต่อไปอีกก็ได้ ผู้บังคับบัญชาผู้ใดรู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มาปฏิบัติราชการติดต่อกันเกินสิบห้าวัน โดยไม่มี เหตุอันสมควร ให้ผู้บังคับบัญชาผู้นั้นดำเนินการทางวินัยให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่รู้ ในกรณี ที่ผู้บังคับบัญชาผู้นั้นไม่มีอำนาจดำเนินการทางวินัย ให้รายงานให้ ผู้บังคับบัญชาในระดับเหนือขึ้นไป ทราบเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไปให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน เว้นแต่มีเหตุผล ความจำเป็นซึ่งทำให้การดำเนินการทางวินัยไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้ขยาย ระยะเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้งโดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจ สั่ง ดาเนิน การทางวิ นัย สั่ง ให้ ข้ า ราชการตารวจผู้ นั้น พัก ราชการไว้ ก่อ นตั้ง แต่ วัน ที่ มี คาสั่ง เมื่อผล การดำเนินการทางวินัยปรากฏว่าผู้นั้นขาดราชการติดต่อกันเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สั่งลงโทษ โดยเร็วโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่พักราชการ มาตรา 93 การโอนข้ า ราชการตารวจไปรับ ราชการในส่ว นราชการหรือ หน่ว ยงานอื่น จะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่ขอรับโอนทาความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาตรา 94 ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 72 เป็นผู้สั่งบรรจุในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) การโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจหรือการโอนพนักงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ ยกเว้นข้าราชการการเมือง ข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลอง ปฏิบัติหน้าที่ราชการ และพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติงาน ให้กระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติทาความตกลงกับผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการหรือหน่วยงานสังกัดเดิม ในการนี้ ให้ สานัก งานตารวจแห่ง ชาติ พิ จารณาโดยคานึง ถึง ประโยชน์ ที่ ทางราชการตารวจจะได้ รับ ทั้ง นี้ ในการดำเนินการรับโอน การกำหนดตำแหน่ง ชั้นยศ และอัตราเงินเดือน และการนับเวลาราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร.
(2) การกลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ
(ก) ข้าราชการตำรวจซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ โดยให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคานวณบาเหน็จบานาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการ ถ้าผู้นั้นขอกลับเข้ารับราชการภายในกำหนดเวลาที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ แต่ไม่เกิน สี่ปีนั บแต่วัน ออกจากราชการไปปฏิบัติงานดังกล่าว ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผู้นั้น กลับเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร.
(ข) ข้าราชการตำรวจซึ่งออกจากราชการไปแล้ว และไม่ใช่เป็นกรณีออกจากราชการ ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ถ้าสมัครเข้ารับราชการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการ ที่จะรับผู้นั้นเข้ารับราชการและมีอัตราว่าง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร.
(ค) ข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการตำรวจหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้ว แต่ไม่รวมถึงข้าราชการการเมือง ข้าราชการซึ่งออกจากราชการ ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้า ที่ราชการและพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งออกจากงาน ในระหว่ า งทดลองปฏิ บั ติ งาน ถ้ า สมัค รเข้ า รับ ราชการเป็น ข้ า ราชการตารวจ และเมื่อ สานัก งาน ตำรวจแห่ งชาติเห็น สมควรรับบุคคลนั้น กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ในการนี้ ให้ สานัก งานตารวจแห่ง ชาติ พิ จารณาโดยคานึง ถึง ประโยชน์ ที่ ทางราชการตารวจจะได้ รับ ทั้ง นี้ การดำเนินการให้กลับเข้ารับราชการ การกำหนดตำแหน่ง ชั้นยศ และอัตราเงินเดือน และการนับ เวลาราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร. มาตรา 95 ให้ ผู้ บัญ ชาการตารวจแห่ง ชาติ เป็น ผู้ สั่ง เลื่อ นเงิน เดือ นข้ า ราชการตารวจ ระดับส.8 ระดับส.7 และระดับส.6 ที่ไม่อยู่ในอำนาจของผู้บัญชาการตามมาตรา 66 (5) ทั้งนี้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากก.ตร. แล้ว การสั่งเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับส.5 ลงมา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในระเบียบก.ตร. การพิ จารณาเลื่อ นเงิน เดือ นข้ า ราชการตารวจ ให้ คานึง ถึง คุณ ภาพและปริ มาณงาน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา ความสามารถ และความอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนการรักษาวินัยและการปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตำรวจตามรายงานของผู้บังคับบัญชา ตามลาดับชั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎก.ตร. การเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินสองขั้น ต้องได้รับอนุมัติจากก.ตร. เป็นพิเศษเฉพาะราย มาตรา 96 ข้าราชการตำรวจผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการก.ตร. จะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคานวณบาเหน็จบานาญก็ได้ มาตรา 97 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่พัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อเพิ่มความรู้ ทักษะ ทัศนคติ คุณธรรมและจริยธรรม รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ใต้บัง คับบัญชา เพื่อใช้ประกอบ การพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในกฎก.ตร. หมวด 4 เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มอื่น มาตรา 98 อัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ อัต ราเงิน ประจำตาแหน่ งและการรับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ให้เป็น ไป ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน ข้าราชการตำรวจตาแหน่ งใดจะได้รับเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัตินี้ในอัตราใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ในกรณี ที่ส มควรปรับ อัต ราเงิน เดือ นข้ า ราชการตารวจให้ส อดคล้อ งกับ ภาวะเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าการปรับอัตราเงินเดือนดังกล่าวเป็นการปรับเพิ่มร้อยละเท่ากันทุกอัตรา และไม่เกิน ร้อยละสิบของอัตราที่ใช้บังคับอยู่ และเมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากรัฐสภาเพื่อการนั้นแล้ว การปรับให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และให้ถือว่าบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวเป็น บัญชีอัต ราเงินเดือนท้า ยพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่การปรับเป็นร้อยละเท่ากัน ทุกอัตราดังกล่าว หากทำให้อัตราหนึ่งอัตราใดมีเศษไม่ถึงสิบบาท ให้ปรับตัวเลขเงินเดือนของอัตราดังกล่าว ให้เพิ่มขึ้นเป็นสิบบาท และมิให้ถือว่าเป็นการปรับอัตราร้อยละที่แตกต่างกัน การปรับอัตราเงินเดื อนข้าราชการตำรวจให้เข้าอันดับและขั้น ระดับและชั้น ระดับและขั้น หรือชั้น และขั้น แล้ว แต่กรณี ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งและวรรคสี่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก.ตร. กำหนด และให้มีผลเป็นการแก้ไขขั้นหรือชั้นเงินเดือน ข้าราชการตำรวจที่กำหนดไว้ในกฎหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มาตรา 99 ให้ข้าราชการตำรวจได้รับเงินเดือน ดังต่อไปนี้
(1) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ได้รับ เงินเดือนขั้นสูงสุดของระดับส.9
(2) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับส.8
(3) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับส.7
(4) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับส.6
(5) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก อัต ราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ) ให้ได้รับ เงินเดือนระดับส.5
(6) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับส.4
(7) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับส.3
(8) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับส.2
(9) ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ร้อยตำรวจโท และร้อยตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือน ระดับส.1
(10) ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนระดับป.3
(11) ข้าราชการตำรวจยศจ่าสิบตำรวจ อัตราเงินเดือนจ่าสิบตำรวจ (พิเศษ) ให้ได้รับเงินเดือน ระดับป.2
(12) ข้ า ราชการตารวจยศจ่ า สิ บตำรวจ สิบ ตารวจเอก สิบ ตารวจโท และสิบ ตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับป.1
(13) ข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจสารอง ให้ได้รับเงินเดือนระดับพ.1 ให้ข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งได้รับเงินเดือนในขั้นต่าของระดับนั้น ๆ ในกรณีที่จะให้ได้รับ เงิน เดือนสูงกว่าหรือต่ากว่าขั้น ต่าหรือสูงกว่าขั้นสูงของระดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนดในกฎก.ตร. ข้าราชการตำรวจตาม (2) ถึง (13) อาจได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ ในวรรคหนึ่งก็ได้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้รับเงินเดือนในระดับสูงขึ้นดังกล่าวและการรับเงินประจำตำแหน่งไว้ด้วย