มาตรา 90
มาตรา 90 การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการ ตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (4) ถึง (9) ในกลุ่มสายงานใดกลุ่มสายงานหนึ่ง ตามมาตรา 61 ให้พิจารณาจากข้าราชการตำรวจที่มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานนั้น ในระดับตำแหน่งปัจจุบันรวมกันแล้วไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่กำหนดให้เลื่อน ตำแหน่งสูงขึ้นในระดับตำแหน่งถัดขึ้นไปตามมาตรา 77 การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามมาตรา 77 (4) ถึง (9) สับเปลี่ยนหมุนเวียน ให้ ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ หรือในกลุ่มสายงานใดกลุ่มสายงานหนึ่งตามมาตรา 61 ให้พิจารณาจาก ข้าราชการตำรวจที่เคยดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานนั้นในระดับตำแหน่งปัจจุบันมาก่อนหรือมีระยะเวลา การดำรงตำแหน่งในระดับถัดลงไปสองระดับตำแหน่งในกลุ่มสายงานนั้นไม่น้อยกว่าสองในสามของ ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่กำหนดให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในระดับตำแหน่งปัจจุบันตามมาตรา 77 ให้ นั บระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในกลุ่ม สายงานสื บสวนสอบสวนตามมาตรา 61 (3) และกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามตามมาตรา 61 (4) เป็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่เกื้อกูล ระหว่างกันได้ในทั้งสองกลุ่มสายงาน การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามมาตรา 77 (7) ลงมาที่จะร้องขอสมัครใจขอรับการแต่ งตั้ง สับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับตำแหน่งเท่าเดิม ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎก.ตร. มาตรา 84 ภายใต้บังคับมาตรา 90 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรเลื่อน ดารงตาแหน่ งสู งขึ้น ในกลุ่ มสายงานสื บสวนสอบสวนทุ กระดับ ตำแหน่ง ให้ พิ จารณาได้เฉพาะผู้ที่มี ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนในระดับตำแหน่งปัจจุบันรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ งของระยะเวลาการดำรงตาแหน่ งที่กำหนดให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในระดับตำแหน่งถัด ขึ้นไป ตามมาตรา 77 สาหรับ การแต่ง ตั้ง สับ เปลี่ย นหมุ นเวีย นให้ ดำรงตาแหน่ งในกลุ่ม สายงานสืบ สวนสอบสวน ให้พิจารณาจากผู้ที่มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในระดับตำแหน่งปัจจุบันและระดับตำแหน่งถัดลงไป หนึ่งระดับในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนรวมกันแล้วไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ที่ กาหนดให้ เลื่อ นตาแหน่ งสู งขึ้น ในระดับตำแหน่ง ปัจจุ บันตามมาตรา 77 เว้ นแต่เป็นการแต่งตั้ง สับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (11) ให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในกลุ่มสายงานป้องกันปราบปรามตามมาตรา 61 (4) และกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนตามมาตรา 61 (3) เป็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่เกื้อกูล ระหว่างกันได้ในทั้งสองกลุ่มสายงาน การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในกลุ่มสายงานสืบสวนสอบสวนซึ่งดำรงตำแหน่งควบปรับระดับ เพิ่มลดได้ในตัวเองตามมาตรา 62 วรรคสาม ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ให้พิจารณาจากผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ครบตามระยะเวลาที่กำหนดและผ่านเกณฑ์ประเมินความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ก.ตร. กำหนดแล้ว ทั้งนี้ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมาตรา 82 (3) มาตรา 85 ในการแต่ง ตั้ง ข้ า ราชการตารวจเลื่อ นดารงตาแหน่ง หัว หน้ า สถานี ตารวจ ระดับผู้กำกับการเป็นครั้งแรก ให้แต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในสถานีตำรวจระดับกลางตามมาตรา 13 (2) มาตรา 86 ในกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นว่าการใช้อำนาจในการแต่งตั้งของ ผู้บัญชาการไม่เป็นธรรม หรือมีกรณีไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์หรือวิธีการที่ก.ตร. กำหนด หรือมีเหตุผล ความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา 77 (7) ลงมา พ้นจาก พื้นที่หรือหน้าที่ หรือเห็นว่าหากดำรงตำแหน่งเดิมต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือ มีเหตุพิเศษตามที่ก.ตร. กำหนด ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (7) ลงมา ได้ตามควรแก่กรณี มาตรา 87 ข้าราชการตำรวจผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเรียงลาดับอาวุโส หรือในการแต่งตั้ง ให้มีสิทธิร้องทุกข์ต่อก.พ.ค.ตร. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งแต่งตั้ง คาร้องทุกข์ตามวรรคหนึ่ง ให้ก.พ.ค.ตร. พิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคาร้องทุกข์ คาวินิจฉัยของก.พ.ค.ตร. ให้เป็นที่สุด เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์ไม่พอใจในผลการพิจารณา ของก.พ.ค.ตร. ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล การพิจารณาของก.พ.ค.ตร. ในกรณีที่ก.พ.ค.ตร. หรือศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยหรือพิพากษาว่าในการเรียงลาดับอาวุโส หรือในการแต่งตั้ง ผู้บังคับบัญชาไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ในการเรียงลาดับ อาวุโสหรือการแต่งตั้ง ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชากระทำผิดวินัย และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณา ลงโทษผู้นั้นตามควรแก่กรณีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากก.พ.ค.ตร. หรือนับแต่วันที่ ศาลปกครองสูงสุดมีคาพิพากษาหรือคำสั่ง โดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวนอีก แล้วรายงานให้ก.ตร. ทราบ ในกรณีที่ก.ตร. มีมติว่าการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็ นการจงใจเพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่ง บุคคลใดหรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจดำเนินการลงโทษผู้นั้นโดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวน ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือแอบอ้างอำนาจของบุคคลใด หรือเรียก รับ ยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือกระทำการใดอันมิชอบ เพื่อให้มีการแต่งตั้ง หรือ ไม่ แต่ง ตั้ง ผู้ ใดให้ ดารงตาแหน่ง ใด ไม่ ว่ า การแต่ง ตั้ง หรือ ไม่ แต่ง ตั้ง นั้น จะชอบด้ว ยหลัก เกณฑ์ ตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี มาตรา 88 เพื่อ รัก ษาความเที่ย งธรรมในการแต่ง ตั้ง และโยกย้ า ยข้ า ราชการตารวจ ให้ก.ตร. ออกกฎก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจน แน่นอน โดยอย่ า งน้อ ยต้อ งมีห ลัก เกณฑ์ เกี่ย วกับ การจัด ลาดับ อาวุ โสข้ า ราชการตารวจเพื่อ ใช้ ใน การคัดเลือกหรือแต่งตั้ง การกำหนดวาระประจำปี การนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง การนับจำนวน ตำแหน่งว่าง การคานวณสัดส่วนอาวุโสเพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น การจัดประเภทตำแหน่งเพื่อใช้ใน การคานวณสัดส่วนอาวุโสเพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และการจัดทาบัญชีรายชื่อผู้อยู่ในเกณฑ์ที่สมควรได้รับ การเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นกฎก.ตร. ดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 89 ภายใต้บังคับ