มาตรา 26
มาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึง ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้ า ฯ ให้ต ราพระราชบัญ ญั ติ ขึ้น ไว้ โดยคาแนะนาและยิน ยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2565” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547
(2) พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554
(3) พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558
(4) พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562
(5) ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 88/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557
(6) ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 111/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557
(7) ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 114/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557
(8) คำสั่งหัว หน้ าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 44/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหา การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2558
(9) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2559 เรื่อง การกำหนดตำแหน่ง ของข้าราชการตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2559
(10) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2559 เรื่อง การปฏิบัติราชการ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 26 เมษายน พุทธศักราช 2559
(11) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2560 เรื่อง การปรับปรุงระบบ การพิจารณาแต่งตั้งของข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2560 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้าราชการตำรวจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้หมายความ รวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ “กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดทางอาญา “กองบัญ ชาการ” หมายความรวมถึง ส่ว นราชการที่ เรีย กชื่อ อย่ า งอื่น ที่ มี ฐานะเทีย บเท่ า กองบัญชาการด้วย “กองบัง คับ การ” หมายความรวมถึง ส่ว นราชการที่ เรีย กชื่อ อย่ า งอื่น ที่ มี ฐานะเทีย บเท่ า กองบังคับการด้วย มาตรา 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ลักษณะ 1 บททั่วไป มาตรา 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชา ของนายกรัฐมนตรี และมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) รัก ษาความปลอดภัย สาหรับ องค์พ ระมหากษัต ริ ย์ พระราชิ นี พระรัช ทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ
(2) ดู แล ควบคุม และกากับ การปฏิ บั ติ งานของข้ า ราชการตารวจซึ่ง ปฏิ บั ติ การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่น
(3) ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
(4) รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของราชอาณาจักร
(5) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของข้าราชการตำรวจหรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(6) ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(7) ปฏิ บั ติ การอื่น ใดเพื่อ ส่ง เสริม และสนับ สนุน ให้ การปฏิ บั ติ การตามหน้ า ที่ และอานาจ ตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หน้ า ที่ และอานาจตามวรรคหนึ่ง ไม่ เป็น การตัด หน้ า ที่ และอานาจขององค์ก รปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการจัดการจราจรภายในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดความผิดทางอาญาขึ้นสำหรับการกระทำใดเป็นการเฉพาะ และ ตกอยู่ ภายใต้ห น้ า ที่และอานาจของข้า ราชการตำรวจหรือ สำนัก งานตำรวจแห่ง ชาติตาม (3) (4) หรือ (5) จะตราพระราชกฤษฎีกาโอนหน้าที่และอำนาจตาม (3) (4) หรือ (5) เฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวกับความผิดทางอาญาดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานหรือ พนัก งานเจ้ าหน้ าที่ อื่น ใดก็ ได้ ในกรณี เช่ นนั้น ให้ ข้ า ราชการตำรวจและสานัก งานตำรวจแห่งชาติ พ้นจากหน้าที่และอำนาจดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และ ให้ ถือ ว่ า พนัก งานเจ้ า หน้ า ที่ ของหน่ว ยงานตามที่ กาหนดในพระราชกฤษฎี กาดั งกล่ า วเป็ นพนั กงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ พนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มาตรา 7 ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดระบบการบริหาร การปฏิบัติงานด้านการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัย ของประชาชนให้ เหมาะสมกับความจำเป็นของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยต้องให้องค์กรปกครอง ส่ว นท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน และชุมชนมีส่วนร่วม ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบาย งบประมาณ และอาสาสมัคร ตลอดจนการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานตำรวจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก.ต.ช. กำหนด ในกรณี ที่อ งค์ก รปกครองส่ว นท้อ งถิ่น จัด สรรเงิน อุด หนุน ให้ แก่ส ถานี ตารวจใด ให้ ใช้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจและกิจการในสถานีตำรวจนั้น โดยไม่ต้องนาส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน การมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน หรือชุมชน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน หรือชุมชนนั้น มาตรา 8 ข้าราชการตำรวจ มี 2 ประเภท ได้แก่
(1) ข้าราชการตำรวจที่มียศ ได้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งตาม